| นายกฯ
ต้อง เลือกตั้ง
นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยไม่มีข้อยกเว้นใด
ๆ ทั้งสิ้น
ไม่ได้ครับ ไม่ได้เด็ดขาด
ผมลองคิดอยู่หลายตลบ ดูความคิดเห็นหลายฝ่าย ก็ยังคิดว่า
นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง
เหตุผลครับ.....
ก็เพราะว่า นายกรัฐมนตรี คือ ผู้นำประเทศ
เป็นตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบต่อทุกคนในชาติ
เช่นนั้น... ทุกคนที่มีความสามารถ
ที่ได้ เสียเงิน เสียเวลา เสียมันสมองไปร่ำไปเรียนมา
ต้องเสนอตัวแข่งกัน คัดกัน มาทำหน้าที่สิครับ
พวกคุณ ๆ ท่าน ๆ ที่ร่ำรวยมีเงินทอง ไม่ต้องหา พร้อมทุกอย่างที่จะทำอะไร
ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมได้ คุณ และท่านเหล่านั้นต้อง ลงมาเลยครับ
ถ้าท่านคิดว่าสูงกว่าคนอื่น มีสติปัญญากว่าคนอื่น
มีความคิดวิเศษกว่าคนอื่น
ขอเชิญให้ลงมากันเดี๋ยวนี้เลย อย่ามาทำตัวลอยแล้ววิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่น
อย่างไม่ปราณีปราศรัย มองข้ามสภาพความเป็นจริงทางสังคมที่ท่านตัดสิน
และสรุปเสียเองว่า ไม่ใช่เหตุผล
คนขี้แพ้ (คนย้อก) ครับ แถวบ้านผมเรียกอย่างนั้น
.
ขอเถอะครับ การกล่าวหาว่า การเมืองนั้นสกปรก โดยที่ตัวเองลอยอยู่ข้างบน
ไม่รู้สึกรู้สมกับปัญหาคนร่วมชาติ คนมากมายที่คุณขี่คอเขาอยู่ ทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจ
เพราะการเมือง คือ ความรับผิดชอบร่วมของคนอยู่ร่วมกันในสังคม
แน่นอนแต่ละคน ย่อมอยู่ในหน้าที่ สถานะทางสังคม ต่างกัน
หากไม่ต้องการเข้ามาเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจทางการเมือง
ก็ต้องมีความคิดความเห็นที่ช่วยผลักช่วยดัน ให้มันดีขึ้น
หากจะวิจารณ์ก็จำเป็นต้องมีข้อเสนอ ทางออก ด้วยเมตตา และ/หรือจริงใจ
หากไม่ได้ดังใจ เราก็ต้องช่วยแบกกันไว้ครับ เราต้องแบกความบกพร่องนั้นกันไว้
ถ้าเราได้รัฐมนตรี ได้นายกรัฐมนตรี ได้ตัวแทนฯ ที่ไม่ได้ดังมาตรฐานที่คาดหวัง
แรงกดดันนั้น
ก็จะทำให้สังคมต้องตื่นตัวผลิตคนที่พร้อม
สังคมต้องเสาะหาบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำได้ ต้องผลักต้องกระตุ้นจิตสำนึกคนที่พร้อมเหล่านั้น
มาเสียสละเพื่อส่วนรวม
ท่านที่มีพื้นฐานครอบครัวที่พร้อมแล้ว มีการศึกษาที่ดี
มีสติปัญญา
มีจิตสำนึกที่จะทำเพื่อส่วนรวม ต้องมาช่วยกันครับ ท่านได้โอกาสที่ดีกว่าในสังคมแล้ว
ก็ต้องช่วยกันสิครับ ท่านจะอยู่สบายโดยไม่ใยดีคนอื่นได้อย่างไร
ท่านละเลยต่อความรับผิดชอบร่วมกันของคนในชาติ ของมนุษย์ด้วยกันได้อย่างไร
หากจะให้คนที่ไต่เต้า ตะเกียกตะกาย เติบโตขึ้นมา
คุณ ๆ ก็ไม่ต้องการอีก
แต่อย่าว่าผมเลยนะครับที่ผมจะบอกว่า
บางทีผมก็เข้าใจพวกเขาเหล่านั้น
สังคมในระยะเวลาหนึ่ง เกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง
มันค้ำคอกันเหลือเกินครับ
ไม่รู้ค่านิยมแบบนั้นมันก่อกำเนิดมาอย่างไร มันทำลายความสามัญของชีวิต
ทำลายโครงสร้างอันชิดใกล้ของครอบครัวดีเหลือเกิน ทั้งยังทำลายความเป็นญาติ
ความเป็นชุมชน ความห่วงใยใกล้ชิดกันไปเสียได้
แล้วกฎมันก็ไม่เป็นธรรมเลย ลองศึกษาชีวิตนักการเมืองรุ่นใหญ่ดูสิครับ
กว่าจะก้าวมาถึงตรงนี้ได้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง สิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายนะรึ
แหกมาหมดแล้ว การค้าที่มีจริยธรรมนะหรือ โอ้โห รอจริยธรรม ก็อย่าคิดไปทำอะไรเลย
เพราะท่าน ๆ วงค์ตระกูลผู้มีเกียรติเหล่านั้น อยากได้เงินก็เพียงยกหู
เขาก็เอามาประเคนถึงที่
อย่าทำการค้าอะไร ก็ยกหูถึงเครือญาติ ถึงคนนับถือกัน คุยไม่กี่คำก็ได้โครงการยักษ์แล้วครับ
แล้วมันจะไปเหลือหรือครับ
ไม่มีเครดิต ไม่มีคอนเนคชั่น เหลืออยู่อย่างเดียวคือ
เงิน เงินต่อเงิน ช่องไหน
ใต้โต๊ะตัวใด พอมีให้ลอด ให้สอด ก็ทำกันไป ก้าวอีกนิดคว้าตำแหน่ง
อำนาจมา
ทีนี้คอนเนคชั่นก็มาได้ สร้างกันผูกพันกันขึ้นมาใหม่ ก็มันจำเป็น
ถ้าไต่ตามกฎตามกติกาก็ไม่มีวันได้ เลยต้องเดินเลี้ยวเคี้ยวคดบ้าง
คุณธรรมทางการค้าก็ตั้งกันมาใหม่ แน่นอนนอกกฎหมาย
แต่ก็มีกติกาที่รู้กันรู้หลบรู้หลีกรู้แบ่ง ประมาณนั้น แอบล็อคเสปค
ล็อคคอกักกันกันบ้าง
ไม่ต้องเอากฎหมายมาว่ากันให้สิ้นเปลืองเวลาทำมาหากิน
นั่นเป็นภาวะที่เราต่างรู้กันไม่ใช่หรือครับ
ความไม่เป็นธรรม มันก็งอกออกมาจากความอยุติธรรม
นั่นแหละครับ
มันเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน
อ้อ แต่ผมไม่ได้เห็นด้วยว่าเป็นมาแล้วต้องเป็นต่อไปนะครับ
ตรงกันข้าม เราควรหยุด เราควรตัดเหตุแห่งปัญหาทั้งหมด
เช่นนั้น ท่าน ๆ ที่หักด้ามพร้าด้วยเข่า ท่านที่ดำเนินการ ลากปืนและรถถัง
และผู้ร้องเรียกท่าน ๆ เหล่านั้นออกมาต้องรับผิดชอบ ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
เพราะการมาของท่าน ท่านสรุปเอาเองว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วย
ในขณะที่ท่านใช้กำลังและอำนาจในมือกดทุกคนไว้
ประหนึ่งว่าคนส่วนใหญ่เหล่านั้นติดเชื้อโรคร้าย เชื้อโรคเห็นแก่ได้
แล้วดูเหมือนว่าท่านก็พูดกันเอง เออกันเองในกลุ่มที่เห็นไปในทางเดียวกัน
ผมกล่าวหาท่านหรือครับ!!!
เอาเถิดครับ ผมจะยอมรับว่าผมเข้าใจผิด ผมจะถอนคำพูดเสีย
หากท่านได้โอกาสเข้ามาด้วยไม่เสียเลือดเนื้อ
(แต่อย่าลืมภาพชายสูงวัยชุดดำที่แขวนคอที่สะพานลอยแห่งนั้นนะครับ
ขอได้จำภาพนั้นไว้ให้ชัดเจน เพื่อเราจะไม่ได้ประมาทกันอีก)
ขอท่านจงกระทำการอย่างบริสุทธิ์ใจ อย่างละเอียดรอบคอบ
เมื่อเราลงทุนมากมายเพื่อหาสิ่งอันดีกว่า บริสุทธิ์มากขึ้น
ขออย่าได้ทำอะไรที่เลวร้ายกว่า บรรดาผู้คนที่ท่านได้ประจานเขาไว้
อย่าอ้างว่าควบคุมไม่ได้ อย่าอ้างข้อจำกัดใด ๆ เพราะสิ่งนั้นต้องคิด
ก่อนที่จะเข้ามายึดศูนย์อำนาจแห่งชาตินี้
เช่นนั้นต้องคืนมาครับ ทันที หรือโดยเร็วที่สุด
ผมอยากนะครับว่าซักวันหนึ่ง จะได้ถอนคำพูดที่กล่าวล่วงเกินท่านไว้ในวันนี้
ไม่พอใจหรอกครับ คนรวยไม่เสียภาษี แต่มันก็ทั้งนั้นแหละครับ
กฎมันไม่เคยใช้ได้ผลกับคนรวย กับคนมีอำนาจ กับองค์กรขนาดใหญ่ อย่างเต็มที่ซักที
แต่มันก็ทั้งแผง คนรวย ๆ ที่ท้อป 5 ท้อป 10 ท้อป 100 ฯลฯ ต่างได้รับการยกเว้น
ต่างใช้วิธีการทางบัญชีไม่ต่างกันเท่าไหร่นักหรอก
ทำสิครับ อดีตเราแก้ไขอะไรไม่ได้มาก เราก็ทำอนาคตให้เก็บภาษีคนรวยให้ได้ซีครับ
ไม่ต้องมานั่งหน้าตาตั้งหาช่องเอาผิดคนบางคน แต่ก็ต้องไม่กระทบคนอีกส่วนหนึ่งที่มีพฤติกรรมเดียวกัน
กับคนที่ตัวเองไม่อยากเป็นศัตรูด้วย หรือคนที่อาจเหยียบเท้าท่านไว้
คนที่สะกิดส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง
จนต้องทำลายคนจำนวนมากที่อยู่ในวงจร ที่ตามกำลังเขาเองก็ทำอย่างที่เคยทำมา
จนขวัญเสียกันไปหมด
นั่นเป็นการดันทุรังหรือเปล่า นั่นเป็นการไม่ยอมมองเหตุที่มาของความผิดพลาดที่แท้จริงหรือเปล่า
หากเป็นการลงโทษที่ไม่มีกติการองรับที่ชัดเจนมันยากครับ ไม่ใช่ทำไม่ได้
แต่ถ้าทำแล้วทุกคนก็ต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน เลือกที่รักมักที่ชังไม่ได้
สังคมจะร้อนร้ายครับ แล้วจะท่องมนต์ตราด้วยรักสามัคคีก็คงไม่เป็นผล
หากคนที่เรียกร้อง ไม่บริสุทธิ์ใจ ไม่ยุติธรรม ยังคับแคบ ยังมีอคติกันอยู่
ครับ
พูดถึงนายกฯคนต่อไปกันดีกว่า
ขออย่าได้มาเว้นช่อง นอกกฎ นอกกติกา เชิญท่าน ๆ
ที่ดี ที่วิเศษ ลงมาเลยครับ
เพราะสิ่งที่ท่านเหล่านั้นขาดคือ ความเข้าใจที่แท้จริงต่อสังคมที่เป็นอยู่ทุกระดับครับ
ท่านเหล่านั้นไม่ได้ผิดนะครับ เพราะถูกเชิญมา
แต่ผมเห็นว่า...มันเป็นโครงสร้างสังคมที่เดินผิดทาง มันจะก่อร่างสร้างปัญหาใหม่
เพราะ
การหาเสียง คือ การที่ผู้เสนอตัวเป็นผู้นำ ต้องเริ่มเรียนรู้ความต้องการของคนทุกระดับ
การหาเสียง คือ การน้อมใจ การลดระดับการถือตัว พร้อมที่จะทำหน้าที่รับใช้มนุษย์ด้วยกัน
การหาเสียง คือ ประกาศเจตนารมณ์ บอกเจตจำนง บอกแผนการณ์ การสร้างพันธะสัญญาในการบริหารประเทศ
นั่นคือการเดินทางไกล นั่นคือความอดทน นั่นคือความอดกลั้น
นั่นคือการเปิดใจรับรู้วิถีชีวิต ความคิดของผู้คน
นั่นคือการสร้างกลไกการป้องกันการบิดพลิ้วต่อประโยชน์ส่วนรวม
ไม่ใช่หรือครับ!!!
บอกไม่ได้เลย
ถ้ามายืนอยู่บนจุดศูนย์รวมแห่งอำนาจนั้นแล้ว
มาบอก มากล่าวอ้างกันว่า ไม่ตั้งใจมา ถูกเชิญมา
ไม่ได้ครับ ยอมรับไม่ได้ สังคมยอมไม่ได้นะครับ กับการที่ใครจะมากล่าวอ้างเช่นนั้น
ใครที่อยู่ ที่กุมอำนาจอยู่ตรงนั้น
ต้องตั้งใจ ต้องเต็มใจ ต้องมุ่งมั่น ต้องพร้อม ต้องวางแผนการดำเนินการมาแล้วอย่างดี
เพราะที่นั่น ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ที่สภาหินอ่อนนั่น
ไม่ใช่ สนามเด็กเล่น ไม่ใช่ฟิตเนส ไม่ใช่ศูนย์พิทักษ์คุณธรรม
เพราะที่นั่นเป็นที่พำนัก ของบุคคลผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งประเทศไว้
เป็นศูนย์บัญชาการ ศูนย์การตัดสินใจของประโยชน์สุขร่วมกันทุกฝ่ายทุกด้าน
เราต้องไม่เปิดทางให้นอกกฎ นอกกติกา ต้องไม่ยอมให้ใครมาแหกตา
ถ้าโดนแหกตา ก็ต้องเดินออกตามกฎ ตามกติกา
หากเราใจร้อน อาศัยอำนาจอื่นแล้ว เราก็ไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริง
เราก็ไม่เห็นข้อบกพร่องของสังคมที่เป็นอยู่ วนกันอยู่นั่น
พยายามหาข้อแก้ตัว พยายามอธิบายเหตุอธิบายผล เพื่อให้มันดูดี
หนีความจริง ชัด ๆ
จริง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะคิดซักกี่รอบ ผมก็ยังรู้สึกเช่นนั้น!!!
(แต่ก็ไม่ได้หมิ่นน้ำใจผู้ที่เห็นอำนาจอื่นเป็นทางออกนะครับ
คิดว่าทุกคนต่างเสาะหาทางออกที่ดีที่สุดด้วยกันทั้งนั้น
เพียงแต่ผมยืนยันการเห็นต่าง เท่านั้นแหละครับ)
ยอมรับเถอะครับ สังคมเราอ่อนแออยู่มาก ขาดจิตสำนึกร่วมที่ดีทุกภาคส่วน
ไม่รู้มันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ร้องให้กลับก็ยากเหลือทนสิครับ
เพราะฉะนั้นจะโอนความผิดไปให้ใครแล้วจบนั่นมันคงยาก ช่วยกันคนละไม้ละมือดีไหมครับ
(โอนความผิด โอนหุ้น นี่เหมือนกันเลยนะครับ โอนแล้วไม่จบไม่สิ้นซักที
ยุ่งจริง ๆ )
การดูถูก ดูแคลนความคิดและความเป็นอยู่คนส่วนมากในประเทศก็เหมือนกัน
ผมยอมรับได้ยากจริง ๆ แต่ก็พอเข้าใจ ในสภาพที่ทำให้คิดเช่นนั้น
แรก ๆ ก็โกรธ โมโหครับ ตอนหลังพยายามหาที่มาที่ไป ก็พอเข้าใจ แต่ไม่ยอมรับนะครับ
จะให้ดีคนส่วนน้อยก็ต้องพยายามเข้าใจคนส่วนมากเช่นกัน ยอมรับหรือไม่แล้วแต่
แต่ต้องรู้สภาพที่แท้จริงซึ่งกันและกันก่อนจะคิดทำอะไรต่อไป จะได้อยู่บนฐานของความจริง
เดี๋ยวเราจะอยู่กันไม่สุข
หากคุณๆ ท่าน ๆ อยากได้นายกฯ แบบไหน
ก็ไปหา ไปลาก ไปดึงเขาออกมานะครับ คนเมืองที่รักทุกท่าน!!!
แล้วให้ท่านนั้น ๆ เดินหาเสียง ให้ท่านมากรำแดดกรำฝนหน่อยคลุกฝุ่นย่ำโคลนบ้าง
ได้น้อมตัวน้อมใจลงมาหาคนทุกสถานะความเป็นอยู่ เปิดใจรับรู้วิถีชีวิตของคนทุกชนชั้น
แล้วท่านนั้น ๆ ก็จะเป็น นายกรัฐมนตรี ที่ดีได้
( คนบ้านนอกแบบพวกผมก็ยินดีพิจารณาอยู่แล้ว
ว่าแต่มีหรือเปล่าคนแบบนั้น "คนแต้"แบบนั้นน่ะ)
อย่าคิดลัด เขียนกฎหมายอ้อมไปอ้อมมาโอบอุ้มท่านเหล่านั้นให้ลอยสูงจากผืนดินเลยนะครับ
นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง
เท่านั้น
ขออนุญาตออกความเห็น นะครับ
..............
อีกนิดหนึ่งครับ ...ผมคิดว่าไม่ว่าจะยังไงผมก็ต้องขอบคุณ
"คณะรัฐบาลชุดก่อน" ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือกระบวนการตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่
ก็ต้องขอบคุณที่ไม่สู้กันให้เสียเลือดเนื้อ
และผมก็ยังหวังอีกว่า ถึงเวลาหนึ่ง" คณะรัฐมนตรี และคมช."
ก็จะถอยเช่นกัน
เมื่อเหตุผลและสถาการณ์กระจ่างชัดว่า...
การถอยออกนั้นเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า และ/หรือ เสียหายน้อยกว่า
นะครับ
ท่านประธานฯ ครับ เมื่อแรกท่านมาและนั่งตอบคำถามสื่อ
ผมก็คลายความกังวลไปมาก
่มาวันนี้ผมเริ่มกังวล เมื่อท่านเริ่มมีสคริปต์เวลาพูด มีบทพูดกันลืมนั้นก็พอได้ครับ
แต่ทุกอย่างมาจากใจจริง และยังตั้งมั่นของประโยชน์ส่วนรวมหรือเปล่า
นั่นสำคัญที่สุดเลยครับ!!
...............................................................................................................................
นายผ่าง
19 ธ.ค. 49 (สามเดือนแล้วนะครับ :)
|