| วันหนึ่งของเด็กหัวแหลม

"...ผมไม่ได้สั่งฆ่า
ผมเพียงแต่บอกให้เด็ดขาด กับการแก้ไขปัญหายาเสพติด..."
จริง ๆ แล้ววันนั้น(15 ส.ค. 49)ไม่ได้มีใครถามลุงแม้วเลยนะครับเรื่องนี้
ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ แต่อยู่ ๆ ท่าน ก็แทรกเรื่องนี้ขึ้นมา
ทั้งๆ ที่มันไม่ได้เกี่ยวกันเลยกับการสนทนากับพวกเด็กหัวแหลมในตอนนั้น
(ขออนุญาตเรียก ลุงแม้ว เพราะวันนั้นอดีตนายกฯท่านนี้แทนตัวเองว่า
ลุง)
ทำให้ผมสะดุดเล็กน้อยกับอาการผิดที่ผิดทางผิดคิวของนายกฯในเวลานั้น
แต่ไม่ว่ากันหรอกครับดูท่านหน้าแดงมากคงซมเพราะพิษไข้
ทั้งช่วงนั้นยังโดนฮุกเสียจนน่วม คงเมาหมัดอยู่
แต่มาถึงวันนี้ผมเองก็ยอมรับว่า อดย้อนคิดถึงประโยคนั้นไม่ได้
คิดไปว่า คงเพราะตกค้างอยู่ในใจ ลุงแม้วจึงอยากอธิบาย
หรือเป็นเพียงการแก้ต่างให้ตัวเอง หรือเพราะอะไร...
แล้วทำไมประโยคนั้นมันทำให้ผมสนใจจำได้ชัดเจน
อาจเป็นเพราะมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมตั้งข้อสงสัยเช่นกัน เพราะอะไรหรือครับ
"ก็เพราะผมพึงพอใจในผลดีของมัน"
แต่ก็รู้สึกว่าต้นทุนมันสูงมาก กับชีวิตผู้คน
ที่ต้องสังเวยกับกระบวนการแก้ปัญหา
หากผมพึงพอใจ ผมก็ต้องแบกรับผลข้างเคียงมันด้วย
เราชั่งตวงวัดไม่ได้หรอกครับชีวิตมนุษย์
แต่เราจะวางความคิดไว้อย่างไรเล่า
ผมว่ามันไม่ถูกต้องนัก หากสรุปความผิดถูกอยู่ที่คน ๆ เดียว กลุ่มเดียว
ความผิดพลาดมีแน่ เมื่อเกิดการสูญเสียชีวิต
แต่ความสัมพันธ์ของการเกิดเหตุการณ์หนึ่งมันโยงใยไปทั่ว
เป็นระนาบเดียวในเวลาเดียว ก็เกี่ยวโยงคนมากมายระบบระเบียบหลายชั้น
หากดูเงื่อนเวลาของความเป็นมาของที่มาของปัญหายาเสพติดก็โยงใยมาแต่กาลอดีตที่สั่งสมปัญหา
และที่สำคัญตอนนี้เริ่มระบาดหนัก สองพันห้าร้อยกว่าศพเราเสียไปแล้ว
ไม่ว่าพวกเขาจะเกี่ยวข้องหรือไม่ ไม่ว่าพวกเขาต้องประสบชะตากรรมเช่นไรที่ต้องมาเดินเส้นทางนี้
แต่เขาถูกทำให้ต้องสละชีวิต เพื่อให้คนอื่นอยู่ เขาถูกตัดทิ้ง ด้วยเหตุใดกัน
หากเครือข่ายยาเสพติดระบาดอีกเราจะต้องฆ่าอีกหรือเปล่า
ทำอย่างไรจะไม่ต้องฆ่า ทำอย่างไรไม่ให้ซ้ำรอยในระยะเวลาอันใกล้
ไม่ให้ ผู้คนมากมายก็จะตายผ่อนส่ง หรืออยู่กันแบบอกไหม้ไส้ขมกันต่อไป
เราจะระวังป้องกันอย่างไร สนับสนุนกันอย่างไร
( รู้สึกว่าแม้แต่ค่าน้ำมันรถสายตรวจยังเป็นปัญหาอยู่เลย วันละ 200
บาท น้อยไปหน่อยหรือเปล่าครับ)
ผมกำลังแก้ตัวให้อดีตนายกฯ
ไม่รู้สิครับ...หากจะสรุปเช่นนั้น ผมก็ไม่เถียง แต่ยืนยันว่าถึงไม่ใช่
ลุงแม้ว
ผมก็จะคิดไปเรื่อยแบบนี้เหมือนกัน
เพราะผมไม่เคยเชื่อว่า ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้เพราะคน ๆ เดียว
กลุ่มเดียว
และแก้ปัญหาได้ด้วยคน ๆ เดียว กลุ่มเดียว
หากมีตำแหน่งไว้เพื่อให้รับผิดชอบ ก็ย่อมเป็นเรื่องถูกต้องแน่นอน
แต่ความเป็นจริงของชีวิต ของสังคมหล่ะ
เราต่างมีส่วนสร้างปัญหา เราทุกคนต้องช่วยกันแก้มิใช่หรือ เราละเลยหรือไม่
อะไรที่เกิดในสังคม
ก็เป็นเพราะคนในอดีตจนถึงปัจจุบันต่างเป็นส่วนประกอบมิใช่หรือ
ผมไม่สรุปอะไรง่าย ๆ เช่น มีทหารนายหนึ่งเมาเผลอเอาปืนไปจี้ใครต่อใครเล่น
ผมก็ไม่สรุปว่าทหารทุกคนเป็นเช่นนั้นกันทั้งหมด
หรือว่าเขาทำเพราะมีนายสั่ง
หรือเขาทำเพราะรับสัญญาณแอบแฝง ค่านิยมที่ผิดพลาดจากนาย
ผมไม่ด่วนสรุปเช่นนั้นแน่นอน
ในเวลาต่างกัน ทหารนายนี้ก็อาจไม่เป็นเช่นนี้
ในวันนั้นเขาอาจพบเหตุการณ์อื่นที่ไม่สบอารมณ์
เลยซวยคนอื่นที่ไม่เกี่ยวโคจรไปพบในเวลานั้น
แต่ก็ช่างเถิด เพราะสิ่งที่ต้องการที่สุดคือ เราจะยุติปัญหานั้นไม่ให้เกิดอีกอย่างไร
นั่นเป็นสิ่งที่ต้องการมากที่สุด ของคนที่เหลืออยู่ เวลาที่เหลืออยู่
ผมคิดแบบนี้แหละครับ
หรืออย่างกรณีของ คุณลุงแอ๊ด ที่ครอบครองที่บนเขานั่น
ด้วยภาวะที่เป็นมาเป็นไป ใช่ว่าสังคมจะไม่เข้าใจ
มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ผิดพลาดมาแต่อดีต
ทำกันจนเคยชิน ทำกันจนเป็นที่ยอมรับ
เราคงต้องมาตั้งรับกันใหม่ โลกในอนาคต มันไม่อาจประนีประนอมกับเราแล้ว
เราทำร้ายโลกกันมานาน จนเราเองจะอยู่กันไม่ได้
พลิกผืนดิน ผืนฟ้า เราก็ต้องมุ่งมั่นทำมังครับ
ไม่อยากให้เอาผิดใหญ่โตกับเรื่องกฎบัตรกฎหมายจนกีดกั้นการทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์
อะไรเลิกได้ เปลี่ยนในส่วนที่ดีขึ้น เราต้องเร่งทำไม่ใช่หรือครับ
เวลาที่จะให้เราแก้ไขทำให้สิ่งดีกว่ามันมีน้อยลงทุกที
ถ้าคุณลุงแอ๊ดยินดีจะสละ
(ครับผมดูจากท่าทีการแถลงข่าวดูท่านก็ยอมรับแนวทางที่ควรจะเป็นอยู่ในที)
ก็อย่าใช้กฎหมายบีบกันเลยดีไหมครับ
ขอให้เป็นการเริ่มก้าวย่างในการเปลี่ยนการตั้งมั่นใหม่ทางความคิดเกี่ยวกับที่ดิน
เป็นข้อแลกเปลี่ยนไม่ได้หรือครับ
มาเริ่มต้นการใช้ที่ดินในสมประโยชน์ที่สุด
ใครใช้ประโยชน์ไม่สมค่า ก็สละ หรือเพียรทำให้เป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มาก
ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ
เห็นสิ่งต่าง ๆ นานาที่เป็นอยู่ ผมกลัวว่ามันจะสายเกินไป
กลัวจริง ๆ ครับ ผมอาจจะกลัวมากเกินไป
...เรื่อยเปื่อยครับวันนี้...

...........................................
นายแผน
(หลานนายผ่าง ไม่ได้เป็นเด็กหัวแหลม แต่กำลังพยายาม)
10 ม.ค.50 |