| เรื่อยเปื่อย
(1)
ผมกำลังพยายามมองภาพรวมของประเทศไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนชายขอบ
ผมขออนุญาตเรียงภาพให้ตัวเองเข้าใจในภาพกว้าง
เพราะผมสงสัยบางประการครับ
แต่
เบื้องต้นขออนุญาตวางเรื่องคอร์รัปชั่นไว้ก่อนนะครับ
เพราะผมคิดว่าการอยู่รอดของทั้งประเทศ น่าจะเป็นหลัก การกำจัดคอร์รัปชั่นต้องมี
แต่หมายถึงเราต้องรอดพ้นในประเด็นหลัก ก่อนหรือเปล่าครับ หากมองเรื่องคอร์รัปชั่นเป็นหลัก
ทำให้มันเป็นม่านบังสิ้นถึงทางที่เราจะก้าวไป
ผมคิดว่า
เราต้องสำรวจตัวเอง ทรัพยากรที่เรามีอยู่ให้ถ้วนทั่ว
เราอาจต้องมองเห็นโลกทั้งใบ กับพฤติกรรมของกลุ่มต่าง ๆ บนโลก ด้วยหรือเปล่าครับ
ถึงจะกำหนดทิศทางของประเทศได้
ผมพยายามไล่เรียงดูนะครับ ผมมีข้อจำกัดหลายประการทั้งข้อมูลและเวลา
สะกดคำยังมีปัญหาเลยครับ ท่านผู้สนใจอาจลำบากหน่อยต้องใช้ความพยายามเข้าใจ
ถ้ามันฟังดูพิลึก หรือกระโดดไปกระโดดมา จริง ๆ แล้ว ไอ้ที่มันอยู่ในหัวผมมันมีล้นเลยครับ
ตามประสาคนพิกล
กำลังเล่นต่อภาพในหัวอยู่ แต่ทำอย่างไรก็ไม่เสร็จซักที
เลยกะว่าจะดึงออกมาวางข้างนอก แล้วค่อยปรับค่อยต่อความคิดไปในตัว
วันนี้ขออนุญาตทำความเข้าใจเรื่อง
เงิน และการไหลเวียนของมันเพื่ออะไร?
ครับ
1. รัฐบาลชุดก่อน เปิดทางให้กว้างขึ้น เปิดให้เงินไหลมาเทมา
(ครับเทมาเส็กด้วยนั่นแหละครับ)
ให้เอกชน ให้รัฐวิสาหกิจ ดูดเม็ดเงินเหล่านั้นไปลงทุน เดินเครื่องการลงทุนเต็มสูบ
สร้างงาน จ้างงาน
อัดฉีดให้โตเต็มที่ แบบก้าวกระโดด อันไหนวิ่งแข่งได้ให้วิ่ง อันกระโดดได้ให้กระโดด
อันไหนเดินไม่ไหว ก็ประคับประคองทั้งหยอด ทั้งดัน ทั้งโด้ปกันเต็มที่
2. เงินอันไหนอยู่ใต้ดิน ก็ดึงขึ้นมาพ้นดิน ให้มาอยู่ในกระแสหลัก
ให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจปกติบนดินได้ เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์กับคนในระบบ
เอาเงินจากโจรมาปราบโจร(เงินที่แบ่งให้ตำรวจ เงินนำจับ) เอาเงินพ่อแม่พี่ป้าน้าอา
ที่ชอบเสี่ยงโชค มาส่งลูกหลานเรียน เอามาส่งเสริมกิจกรรมสันทนาการ
นันทนาการ เอามารณรงค์สารพัด สารเพ
3. ส่วนเงินงบประมาณก็แบ่งสรรปันส่วนลงมาท้องถิ่น
ซ่อมแซมให้หน่วยงาน ให้กับคนที่ขาดแคลนโอกาส คนที่ไม่อาจช่วยตัวเองได้
ที่ว่ากันว่าเป็นเงินแจก สำหรับผมเมื่อนำไปเทียบแล้วผมก็ว่าดีกว่าแจกตอนหาเสียง
เพราะผมสามารถใช้ด้วยความสบายใจกว่า เงินที่นำมาแจกจ่ายก่อนเลือกตั้ง
แม้ว่าเป็นเพียงเงินหมุน (อย่าถามนะครับว่าพรรคไหน เพราะพรรคไหนก็จ่ายทั้งนั้นแหละครับ)
รวมทั้งเงินเอื้ออาทรอีกมากมายหลายหลาก ให้เงินเป็นดาบ ให้สิทธิเป็นทุน
เพื่อสู้กับโลกทุนนิยม(กันเอาเอง)ประมาณนั้น เพราะรัฐบาลเก่าจะเปิดเต็มที่เพื่อให้เป็นประโยชน์อย่างที่สุด
(มาดมั่นและมั่นใจมาก)
ผมขออนุญาตคิดเห็นนะครับ
1. กรณีเราเข้าเลือกจะร่วมสังฆกรรมกับเงินโลก คือ
การใช้เงินทุนต่างชาติในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ จะว่าไปจริง ๆ
เราไม่ได้เลือกหรอก เราถูกบังคับให้เลือกด้วยต่างหาก ตั้งแต่เศรษฐกิจล้มระเนระนาดเมื่อ
10 ปีก่อน เราก็ยอมรับการเข้ามาของทุนต่างชาติเพื่อมาต่อลมหายใจ
เขาดูดเงินในกระแสเศรษฐกิจเราออกไป แล้วก็นำเงินส่วนหนึ่ง(ที่กลายเป็นของเขาแล้วนั้น)มาถือครองทรัพย์สิน
และหวังมาหากำไรต่อไปจากเรา มันเป็นเช่นนั้นใช่ไหมครับ
สถานการณ์อย่างนั้น แม้เราไม่อยากได้ก็ต้องเอา แต่เรามีสิทธิจะปกป้องตัวเองแค่ไหน
เราสามารถตั้งเงื่อนไขของการอำนาจแห่งเงินเหล่านั้นอย่างไร เราสามารถกำหนดขอบเขตการทำกำไรได้มากน้อยเพียงไร
เงินเหล่านั้นมีมารยาทมากน้อยแค่ไหน แน่นอนล้วนเป็นปัญหา แน่นอนเราย่อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกาภิวัฒน์
ที่ต้องกระเพื่อมไปกับการเป็นอยู่ของมัน เรารู้และเข้าใจกับการดำรงอยู่ของมันมากน้อยแค่ไหน
เรามีระบบการวิเคราะห์ที่เป็นระบบของอำนาจรัฐที่สถิตถาวรแค่ไหน ว่าเปลี่ยนผู้บริหารแล้ว
เรายังเท่าทันมันอยู่ตลอดเวลา
เพราะรัฐบาลชุดก่อนใช้ศักยภาพ การดำเนินการ ความสัมพันธในรูปแบบธุรกิจที่ชำนาญ
ใช้ความสามารถ ใช้กำลังภายในหลายรูปแบบ ใช้เทคนิคพิเศษ มารวม ๆ กัน
จึงวางระบบการผลิต การดำเนินโครงสร้างพื้นฐาน ที่เป็นลักษณะพิเศษ
และดำเนินการอย่างรวดเร็วให้เป้าหมายลักษณะของการก้าวกระโดด เพื่อมุ่งไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้
พยายามลาก พยายามดึง ทุกภาคส่วนของสังคม ที่เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
ที่ยอมรับบ้างไม่ยอมรับบ้าง บ้างเห็นต่าง บ้างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
บ้างไม่เห็นด้วย แต่ด้วยการมีฐานเสียงส่วน และฐานความคิดเชื่อมั่นในวิถีทางและความคิดและเจตนาตนเองสูง
จึงใช้ทุกเครื่องมืออย่างเต็มศักยภาพ ไม่เห็นแก่ใครทั้งสิ้น (เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองของพรรคพวกใช่ไหมครับ
แน่นอนว่าใช่ แต่อยู่ที่น้ำหนักและผลกระทบต่อส่วนรวมว่าต่อต้านหรือคล้อยไปทางเดียวกันเพียงไหน
ตรงนี้ขออนุญาตยังไม่เอ่ยถึงนะครับ) อันกลายเป็นปลายหอกกลับมาทิ่มแทงตนเองภายหลัง
ถึงแม้ว่ารัฐบาลไปแล้ว แต่โครงสร้างเหล่านั้นยังอยู่
และยังเป็นโครงสร้างที่พิสดาร พิสดารอย่างที่ได้กล่าวมา เพื่อมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลชุดก่อนมองว่ามันเป็น
และเลือกชุดวิธีแก้ไข ก่อนเป็นโครงสร้างค่อนข้างที่ซับซ้อน และยังไม่แข็งแรง
เพราะยังไม่เสร็จ จึงเป็นปัญหาหนักครับ ผมคิดว่าเช่นนั้น
เมื่อรัฐบาลชุดก่อนเข้ามาทำงานประมาณ ซัก 1-2 ปี
ผมราษฎรเต็มขั้น อ้าปากค้างครับ ตื่นตาตื่นใจ อะไรที่คิดไว้ว่าดีตั้งแต่รัฐบาลไหน
เอามาปรับมาแก้ ประสานกันเป็นโครงสร้างใหญ่ เหมือนบ้านเห็นเขาตีแปลนแล้ว
ก็ต้องร้องโอ้โห! ประมาณนั้นแหละครับ ทำเสร็จไม่กลัว แต่กลัวไม่เสร็จ
แล้วจะเดี้ยงเสียก่อน แล้วก็เป็นไปอย่างที่กลัว แต่ก็ว่าไม่ได้ครับ
แปลนที่วางไว้น่าสนใจมากเลยครับ แต่องค์ประกอบต้องพร้อม ความเข้าใจต้องตรงกัน
ต้องเชื่อมั่นในผู้นำแบบสงสัยน้อยที่สุด จึงจะทำได้สำเร็จ แต่ถ้าตั้งโครงแล้วเปลี่ยนช่างคงจะลำบากน่าดู
เพราะโครงสร้างมันออกจะวิจิตร แล้วยังใช้เทคนิคพิเศษในการสร้างอีกต่างหาก
การหาเงินก็ใช้วิธีพิเศษ แล้วยังเชิญชวนคนนอกสามารถมาแบ่งเช่า มาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อีก
เชิญชวนมาออกเงินสร้างร่วมกัน ตอนนั้น เห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าทีมสร้างล้มกลางคันก็น่ากลัวครับ
ครับแล้วเวลานี้ก็มาถึง
.
หลังจากไล่ทีมเก่าไปแล้วทีมใหม่มาก็ รื้อทิ้ง รื้อขว้าง
ถึงวันนี้เราก็ยังรื้ออยู่เลยครับ ผมคนอยู่ก็ไม่มีปัญหา บ้านหลังเล็ก
หลังใหญ่ แบบเรียบง่าย หรือแบบวิจิตร ขอให้มีหลังคา มีฝาบ้านก็อยู่ได้ทั้งนั้นแหละครับ
แต่เวลานี้ดูเหมือนเราไม่มีทั้งหลังคาและฝาบ้าน ทั้งลม ทั้งฝน ทั้งแดด
หนาว ๆ ร้อน ๆ สิครับ เผลอ ๆ ก็จับไข้กัน แล้วบรรยากาศในบ้านยังคุ้มดีคุ้มร้ายอีก
บางคนก็ชอบเล่นไฟ บางคนก็ชอบเล่นปืนผาหน้าไม้ บางคนก็ชอบเล่นระเบิดครับ
เห็นแล้วสยองจริง ๆ เลย
อะไรทำให้เราเป็นแบบนี้ แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไป
เมื่อคนในบ้านไม่รักกันเสียอย่างนี้แล้ว ลูกเด็กเล็กแดงก็กระจองอแง
ผู้ใหญ่ก็วิวาทะกันทุกวี่ทุกวัน ไงครับ น่าอยู่กันดีไหมครับ
ปรับแบบปรับแปลนใหม่ ก็น่าจะได้ แต่เราจะทำอย่างไรเล่ากับค่าวัสดุ
อุปกรณ์ ช่างที่จ้างมาพิเศษ ต้องจ่ายค่าของ ต้องผ่อนค่างวดเขาด้วยนะครับ
จะหาเงินจากไหนหล่ะครับตอนนี้ ระบบและการจัดหาเงินทุนนั้นเอาทำต่อได้หรือเปล่า
วัสดุนั้นส่งคืนได้โดยไม่มีปัญหาหรือไม่ แล้วเงินค้างจ่ายนั่นจะหาที่ไหนมาให้
เพราะดูเหมือนว่าเราไม่คิดจะอาศัยเงินคนอื่นเสียแล้วตอนนี้ แต่ก็ยืมเขา
เชิญชวนเขามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน อยู่ ๆ เราก็ไม่ไยดีเขาเสียอย่างนั้น
ได้ก็ได้นะครับที่นี่บ้านของเราพื้นที่ของเรา แต่มันก็ทะแม่งอยู่นะครับ
เป็นผลดีแน่หรือครับ เราจะใช้ตรรกะง่าย ๆ ได้อยู่อีกหรือครับ เพราะความเป็นจริงแล้วมันสามารถกระเทือนกันไปได้หลายส่วน
อย่างรวดเร็ว ทั้งมีโอกาสตั้งรับ หรืออาจไม่อาจแม้ว่าจะกระทบทางไหนอีกบ้าง
ซึ่งตรงนี้ดูเหมือนเป็นปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้
เราแน่ใจหรือครับว่า ตอนนี้เรามีเงินพอ เราพร้อมจะจ่ายเงินสร้างบ้านของเราเองได้
พออยู่กันได้ กับสภาพทางการเงินที่เป็นอยู่นี้ เราคำนวณ เงินในกระเป๋าดีแล้วหรือยังครับ
เราวางแผนตั้งรับไว้ดีหรือยังครับ การเปลี่ยนแผนกลางคันแบบนี้ ต้องใช้เวลามากกว่านี้หรือเปล่า
เร่งมากไปหรือเปล่าครับ ต้องวางแผนอะไรเพิ่มก่อนไหมครับ ถ้าแน่ใจก็ลุยเลยครับ
แต่ถ้าดูยังไม่ทั่ว หรือไม่มั่นใจ ก็หวาดเสียวสุด ๆ นะครับ กับสภาพที่เป็นอยู่....เพราะเรายกมือปิดตาได้
แต่ยกมือปิดฟ้าคงไม่ได้ ว่าไหมครับ
(ยังไม่จบครับ หากท่านยังให้เกียรติรับฟัง ผมก็พร้อมพล่ามต่อครับ
ถ้าท่านยังอนุญาต)
ขออนุญาตบอกกล่าวอีกครั้งครับว่านี่เป็นเพียงการมองภาพของชาวบ้านคนหนึ่งต่อความเป็นไปที่เขามองเห็น
จับโน่นชนนี่ ไปตามประสา อาจจะเป็นประโยชน์ที่ท่านจะทราบว่าอะไรที่ผมยังไม่รู้
อะไรที่ผมเข้าใจผิดไป อะไรที่ท่านต้องเพิ่มเติมให้ ฯลฯ ส่วนผมก็คงจะได้ประโยชน์ในการต่อภาพความคิด
และคงจะยินดีมากหากได้รับสิ่ง ๆ ต่าง ๆ สะท้อนกลับมาเพื่อเพิ่มเติม
เพื่อโยงใยในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ เชื่อมต่อไม่ได้
..
นายผ่าง
12 ม.ค.50 |