เพราะ…ฉันไม่ใช่

ก็ในเมื่อฉันไม่ใช่ลูกหลาน “พระนเรศวร”
แล้ว…ฉันยังมีสิทธิไหม
ฉันมีสิทธิ…ที่จะรักรัฐชาติ(ปัจจุบัน)ในแบบของฉันเองไหม

เพราะฉันไม่ใช่ลูกหลาน “พระนเรศวร”
ฉันจึงรักผืนแผ่นนี้ในแบบที่ต่างไป
ฉันยังมีสิทธิ…อยู่ในรั้วรอบนี้ไหม!

กาลหนึ่งผ่านไป เหตุการณ์บนผืนโลกย่อมแปรเปลี่ยน…เป็นปกติ
เส้นสายของชาติพันธุ์ย่อมสืบสายกันมาไม่อาจตัดขาด…ก็เป็นธรรมดา

ด้วยกาลเก่าบางบทบางตอนเราอาจไม่สามารถที่จะอยู่กันอย่างสงบ แบ่งปันอาศัยกันได้
จึงมีการรุกรานกัน มีการข่มเหงรังแก ครอบงำขัดขืนจิตใจกัน
การต่อสู้ การเข่นฆ่า ก็เพื่อปกป้องอิสรภาพ ความสุขสงบ และประโยชน์ของหมู่เหล่าตน
เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้น และยังเกิดขึ้น…
แต่ควรจะให้เกิดขึ้นอีกต่อไป เช่นนั้นหรือ!

การยกย่อง เชิดชู บูรพกษัตริย์ เป็นสิ่งที่เหมาะสม
และสมควรยิ่งที่ลูกหลานจะสำนึกในการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพชน

ไม่มีใคร..ที่ตื่นแล้วในความเป็นคน…
จะไม่หลั่งน้ำตาให้กับบรรพชนของตนเอง

อดีตมีความทรงจำที่เจ็บปวดในหลายเวลาให้สำนึกระลึกถึง
แต่บางที…จำเป็นหรือไม่….ที่ต้องระวัง
เราปลุกจิตสำนึก ก็เพื่อรู้คุณค่าของชีวิตและการอยู่ร่วมกัน
ไม่ใช่กีดกั้นเราจากรัฐ จากชาติพันธุ์อื่น
ฤา กีดกั้นคนในรั้วรอบเดียวกันเพื่อกำจัด

เพราะนั่นไม่ใช่หนทางแห่งสันติ
ฉันจึงขอแสดง…ความไม่เห็นด้วย…

กับการรับรู้และเรียนรู้ประวัติศาสตร์แล้ว…
โหนกระแสเพื่อสิ่งอื่น…อันเป็น…อกุศล
อาจไม่ได้ตั้งใจ แต่อิงอาศัยในประโยชน์เฉพาะหน้า
เราควรระวังกันมิใช่หรือ…เพราะเราต่างเห็นอดีตที่ผิดพลาด
เป็นการสร้างความเห็นตามในการฆ่าชีวิตอื่น…ที่เราแบ่งแยกออกไป
การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การฆ่าผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม
ผู้ต่างพันธุ์ ผู้ต่างทางความคิด
ก็ถูกจุดมาจากความรู้สึกอันนี้ แล้วบวกด้วยโฆษณาชวนเชื่อ
มิใช่หรือ !

และหากเราไม่ปิดตาเสียจากเหตุมากมายที่โยงใย
เราก็จะเห็นถึงที่มาอันเจ็บปวดของการกำเนิดของมันเช่นกัน
มันต่อเนื่องกันมา …กาลที่ผ่านมา ที่ดำรงอยู่ และที่กำลังจะผ่านเข้ามา
ล้วนสัมพันธ์เป็นหนึ่ง

เพราะความขลาดเขลาของมนุษย์เราเอง
เพราะเราเบือนหน้าหนีความจริง
ไม่ยอมก้าวไปให้ถึงรากเหง้าของปัญหาที่แท้จริง

เพราะเพียงมันอาจขัดขวางไม่ให้เราไปถึงเป้าหมายเฉพาะที่ต้องการ
จึงปฏิเสธมันเสีย เช่นนั้นหรือ
โดยไม่ใส่ใจว่าใครจะเจ็บปวดสูญเสียบนทางผ่านของมันบ้าง
อย่างนั้นหรือ

เมื่อเราก้าวมาถึงศตวรรษนี้แล้ว บทเรียนเหล่านั้น
ย่อมก่อให้เกิดความพยายามที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก
แต่เรายืนยันได้หรือว่า จะหลีกเลี่ยงมันได้
เพราะดูเหมือนว่า…มันเพียงเปลี่ยนรูปแบบ และทำให้ซับซ้อนขึ้น
เพื่อซ่อนเร้นเท่านั้น!

มันท้าทายสติปัญญาของเราคนศตวรรษนี้มาก
ท้าทายเราว่า เราจะใช้ประสบการณ์จากประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
และการพัฒนาทางปัญญาแก้ปัญหานี้พ้นผ่านไปได้อย่างไร

ประเด็นนี้อ่อนไหวมาก ในสถานการณ์ปัจจุบัน ฉันคิดเช่นนั้น

เพราะ…ฉันไม่ใช่ลูกหลานพระนเรศวร

เพราะ…ฉันเกิดบนผืนแผ่นดินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา
…………..อาณาจักรที่มีรากเหง้าวัฒนธรรมที่สั่งสมมา …………….
…………….เป็นชนชาติที่มีการพัฒนาตัวอักษร มีภาษาพูดของตนเอง ………………….
…………….และมีวีรกษัตริย์ที่เราเชิดชู…………………..
เฉกเช่นเดียวกับอีกหลายอาณาจักร….. ในเวลาเดียวกันนั้น
ที่สร้างสมเชื่อมโยงชีวิต ชุมชน เข้ากับธรรม.อันก่อให้เกิดวัฒนธรรมอันดีงาม

แต่นั่นคืออดีต…ที่เราต้องจดจำ สำนึก และถ่ายทอดให้แก่ลูกหลาน
เพื่อให้รับรู้คุณค่าของสิ่งที่คนในอดีตส่งผ่านให้พวกเรา

ส่วนปัจจุบันสิ่งสำคัญคือ เราจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้อย่างไร

ทุกคน ทุกหน่วยสังคม ทุกสถาบัน ต่างมีข้อผิดพลาด ข้อบกพร่องด้วยกันทั้งนั้น
ฉันเชื่อว่า ทุกอย่างมันมีส่วนโยงใยกันทั้งหมด เราจึงต้องพร้อมใจกัน
ที่จะ…แก้ไขสิ่งผิด…ร่วมกันเท่านั้น

สันติ…ไม่อาจเดินไปด้วยความเกลียดชัง
ความสงบ…ไม่อาจไปให้ถึงได้ด้วยความโกรธ

เราจึงไม่อาจอยู่ ‘ร่วมกัน’ โดย ‘การแบ่งแยก’

ถ้าท่านไม่ ‘แบ่ง’ เราก็ไม่อาจถูก ‘แยก’ ออกไปได้

…….ฉันรู้สึกและเชื่อ…เช่นนั้น……..
…………………………………………………………….

  ไม่หลุด

   ลุง แก้ว(มิ่ง)

  กลางห้วงอวกาศ


ปราน
6 ก.พ. 2550