โลกที่ไม่มี ท่าน
โลกที่พวกเราใฝ่ฝัน
ไม่มีท่าน อยู่
เป็นโลกที่
แม้แต่ท่าน เองก็
ฝันใฝ่
กลับไม่มี ท่าน อยู่
ทำไมเล่า
ก็เพราะเราไม่ต้อง ฆ่า แล้วไง
เราแบ่งปันกันได้ เราเอื้อเฟื้อต่อกัน
จึงไม่ต้องใช้กำลังประหัตประหาร
แล้วจะมีท่าน ได้อย่างไร
โลกในเวลานั้น
.
จึงไม่มีท่าน เหล่าทหารหาญ
ท่านไม่ใช่สิ่งที่เรากำจัด
เพื่อไปให้ถึงสิ่งที่ฝัน
ท่านไม่ใช่สิ่งที่เรารังเกียจ
แต่ เหตุที่มา ของการอ้างว่าต้องมีท่าน ต่างหาก
ที่เราต้องร่วมกันกำจัด
แต่เราทุกคนรวมทั้งท่านต้องทำก็คือ
เราต้อง เชื่อ ว่า เหตุที่มา แห่งปัญหาทุกอย่างบนโลกนี้แก้ได้
โดยไม่ต้องใช้กำลังและการเข่นฆ่ากันอีกแล้ว
เรามาโปรแกรมความคิดทุกคนกันใหม่
ด้วย
เมตตา ปัญญา (และหรือ ศรัทธา)
เราต้องพากันไปให้ได้ และพากันไปให้ถึง
มาแบ่งปันและพัฒนาซึ่งกันและกัน
ต้องแบก ต้องลาก ต้องจูง จนสิ้นใจก็ต้องทำ
สุดท้าย
เมื่อเราเห็น ธรรม นี้แล้ว
เราก็จะตั้งอยู่ในการ ไม่ฆ่า แม้จะถูก ฆ่า
ไม่ใช่ยอมจำนนด้วยความขลาดเขลา
แต่เป็นการ ดำรงอยู่ ให้ได้ด้วยปัญญา และขันติให้ถึงที่สุด
นั่นคือการถึงแล้ว แห่งการเป็นมนุษย์ที่เป็นจริง ที่ดี
ที่งาม
มิใช่หรือ !
มันยากใช่ไหม ทั้งที่ ท่าน พร้อมจะสละชีพเพื่อส่วนรวม
แล้วท่านกลับเป็นสิ่งที่ โลก ไม่ต้องการในที่สุด
นี่ก็เป็นหนึ่งของสิ่งตรงข้ามที่ดำรงอยู่ในทุกอณูแห่งจักรวาล
ฉันนึกคิดได้เช่นนั้น!
การดำรงอยู่ให้สมดุลในความต่าง ระหว่างสองขั้ว
ที่สุดแล้วเราทุกคนอาจต้องมีหน้าที่รับรู้สภาพที่แท้จริง
ความจำเป็นที่แท้จริงของต่อ การดำรงอยู่ของเรา
ของตำแหน่งแห่งที่ ต่อสถานะ การตั้งอยู่ของความคิด จิตใจ
เราต่างต้องเสาะหา ความหมายที่แท้จริงของมัน
เมื่อท่านหา ที่ตั้งมั่นแห่งจิต
ของทหาร เช่นนั้นได้
ท่านก็คือ ทหารที่แท้จริง ทั้งกายและใจ
ทหารที่เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา
มนุษย์ที่ต้องการ สันติ อย่างแท้จริง
*สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ คือ คนทั้งที่เป็นทหารหรือไม่เป็นทหาร
ก็คือชาวบ้าน และลูกหลานของพวกเราก็ตายในสมรภูมิรบด้วยเช่นกัน*
...........................................................
ปราณ
14 ก.พ. 2550