อย่าโกหก !!!

เราทุกคนไม่ได้ทำทุกอย่างเพียงเพราะ “เงิน”และ "อำนาจ"
ไม่ว่าจะหน้าเงิน หน้าเลือด หลงในโทสะ อันงี่เง่าขนาดไหนก็เถอะ

“เงิน” (ส่วนเกิน และนิ่งงัน) จะเป็นอะไรได้เล่า
นอกจากแหล่งสะสมวัตถุแห่งความสิ้นหวัง และจนปัญญา

"อำนาจ" (ครอบงำ และปิดกั้น) จะเป็นอะไรไปได้เล่า
นอกจากการมุ่งเสาะหาแต่ทาสา และความหลงตนอันน่าสมเพช

ในการปฏิเสธอำนาจและเงินในหลายมิติ
มันอาจถูกจัดประเภทว่าเป็นการมองโลกแบบ “อุดมคติ”

แต่มองให้ชัดซี ... แท้จริงแล้วมันคืออะไรกัน

มีผู้กล่าวว่า...แท้จริงแล้วโลกอุดมคติ เป็นโลกแห่งความจริง
แต่เป็นความจริงที่ซ่อนเร้น

หมายความเช่นไร ฉันมักถามเมื่อพบประโยคที่ยากเข้าใจ!

คงเป็นเพราะมันมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของทุกสรรพสิ่ง
เช่นนั้นมันจึง “มีอยู่” และ “เป็นจริง”
เพียงแต่ สัมผัสไม่ได้ หยั่งไม่ถึง ด้วยหัวใจที่ยังหยาบ


มันจำเป็นต้อง "ละเอียด" เพราะต้องชำแรกไปในระหว่างสองสิ่ง
ดำรงให้ "สมดุล" ได้ระหว่างสองขั้ว
มีค่าเป็นกลาง ไม่เป็นพิษ หากเป็นมิตรต่อทุกสรรพสิ่ง

เพราะที่สุดแล้วมนุษย์ต่างมีรากเหง้าเดียวกัน
มนุษย์มีเลือดมีเนื้อ มีชีวิต มีจิตวิญญาณ
ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ ทะนุถนอม แบ่งปันกันและกัน

แล้วจะเป็นอะไรไปได้เล่า ในเหตุของปรากฎการณ์อันหยาบกระด้างที่เป็นอยู่!

นอกจาก ความอ่อนแอ และความไม่รู้

…มนุษย์ผู้ขลาดเขลา….
มันเป็นเช่นนั้น มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

มนุษย์มากมายในยุคนี้ มีข้อมูลล้นเหลือ
มีเครื่องมือมากมายที่จะคิดคำนวณประมวลผล
และควบคุมทรัพยากรและความรู้สึกนึกคิดผู้คน

แต่จิตใจและวิญญาณ
กลับเฉื่อยชา บอดใบ้ และสงสัย !

พรากเราเสียจาก ความหมายแท้จริงแห่งชีวิต

การเดินทางของ…จิตวิญญาณ หยุดชะงัก และถดถอย!
การเดินทางของ…ร่างอันไร้สติ ไร้หัวใจ กลับโจนทะยาน!

2 กายา ฉีกขาดออกจากกัน

….เจ็บปวดกันบ้างไหม….

รู้สึกเจ็บปวดกันบ้างหรือเปล่า!!!
………………………………………………..

ละครแห่งชีวิต (2)

ปราณ
22 ก.พ. 2550