| ว่าด้วยศีลธรรม
เสียงปรบมือในสภาฯ นั่นมันเสียดแทงหัวใจผมจังเลยครับ
ผมมานั่งถามตัวเองว่า ทำไมรู้สึกอย่างนั้น ถามวนไปวนมา
ครั้งแล้วครั้งเล่า
นั่นเขาอาจ
ไม่ได้หมายถึงพูดถึงเรื่องของเรา ที่เห็นทุกเมื่อเชื่อวัน
นั่นเขาคง
กำลังพูดถึงรัฐ ถึงชาติไหนสักชาติ ที่ไม่ใช่ขอบเขตแผ่นดินที่เราอาศัย
หรือสังคมที่เขาต้องการ เราคงเข้าไปอยู่ในสังกัดไม่ได้
ที่และดินแดนที่พวกเขากล่าวถึงมันดีเกินไปสำหรับเราอาศัย
ใช่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องของเราเลย นั่นมัน
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ชัด ๆ
อย่าคิดอาจเอื้อมเลย!!!
อย่าดูแคลนความสิ้นหวัง
อย่าดูแคลนความอดอยาก ทุกข์ยาก แล้งเข็ญ
อย่าดูแคลนความโหดร้ายในตัวมนุษย์
หากคุณไม่เคยพบเคยเห็น ไม่เคยสัมผัส ไม่เคยตกอยู่ในสภาพที่เขาเป็นกัน
จงอย่าดูแคลนมัน เพราะมันทำลายล้างได้ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
หากเราต้องการทำให้สังคมดีขึ้น ต้องแผ้วถางทางที่ดี
ให้ทุกคนสามารถเดินได้เสียก่อน
อย่าปิดหนทางแห่งความหวัง ทางระบายทุกข์ โดยที่ไม่เปิดทางอื่นรอ
อย่าคิดว่าคุณเข้าใจสภาพเป็นอยู่พวกเขา
เพียงเพราะอ่านจากหนังสือ หรือเพียงแค่เดินดูพูด ๆ คุย ๆ ถาม ๆ
ไม่มีทาง !!!
..
โชคดีที่เกิดเป็นไพร่
เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันทีกับผม เมื่อฟังผ่าน ๆ กับการพิจารณาของสภาฯ
เรื่อง หวย
ไพร่ ผมไม่ได้เสียดสี ในที่นี้ผมหมายถึงโชคดีที่ไม่ไปเกิดในที่
ในชนชั้น
ที่ยากจะเข้าใจมนุษย์ด้วยกันได้ ถ้าผมร่ำรวยกว่านี้ นั่นคือความโชคร้าย
ผมไม่รู้ว่า จะไร้ความสามารถ ขาดโอกาสที่ดี
ในการทำความเข้าใจ ชีวิตที่แท้จริง ไปด้วยหรือเปล่า
แล้วที่เขาพูดกันไม่ถูกหรอกหรือ ? ให้อบายมุขมันหมดไป
โอ้โห ถูกสิครับ แล้ววิธีการหล่ะ สภาพการบังคับที่จะให้เป็นจริงได้หล่ะ
หากเราสามารถแก้ปัญหาทุกอย่าง โดยกำหนดเป็นกฎหมาย
แล้วจัดการทุกอย่างได้ มันก็วิเศษน่ะสิ
แล้วอะไรที่ขาดไป อะไรที่เรายังไม่เข้าใจมัน
ทำไมผู้คนถึงสิ้นหวังหล่ะ ทำไมทุกคนต้องหวังได้กับ หวย
หวังจากโชคที่ เอาความเป็นไปได้มาจับดูแล้ว โอกาสมันช่างน้อยนิด
และอะไร และทำไม อันนั้นเราจัดการแล้วหรือยัง
ความไม่ยุติธรรม ความไม่เสมอภาค ในสังคมเราจัดการแล้วหรือยัง
คนกลุ่มหนึ่ง อันน้อยนิด มี เสรีภาพ ที่จะไปไหนมาไหนในโลกนี้
ทั้ง ๆ ที่เขา ผลิตอาหารเองก็ไม่ได้ ทอผ้าใส่เองก็ไม่เป็น
สร้างเครื่องยนต์กลไก เพื่อขับเคลื่อน ก็ไม่รู้เรื่อง
เผลอ ๆ หยิบข้าวหยิบของอะไรเล็ก ๆ น้อย ยังต้องสั่นกระดิ่ง
ตะโกนโหวกเหวกให้คนอื่นที่อยู่ตั้งไกล วิ่งมาหยิบมาจับให้อีก
แล้วคนกลุ่มนั้นทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับผู้คนที่ทำอะไรต่อมิอะไรให้เขาบ้างหรือเปล่า
(แล้วยังไปกดขี่เอาเปรียบไม่หยุดไม่ยั้ง แล้วยังจะมีหน้าไปดูถูกมนุษย์คนอื่นอีก
ปัดโธ่!)
ถ้าเสรีภาพ และ เสมอภาค ไม่มี แล้วเราจะกลมเกลียว
(ภราดรภาพ ใช่ไหม ที่ชอบพูดกันน่ะ)
มันจะมีได้อย่างไรได้หล่ะ
มาทำกันเสียก่อนดีไหม มาช่วยกันทำเสียก่อนดีไหม
ก่อนที่จะเที่ยวชี้นิ้วกำหนดความคิด วิถีชีวิตคนอื่นน่ะ
.
จะพูดเรื่องศีลธรรม ใช่ไหม
ได้ซีครับ
แต่มาเรียงลำดับกันหน่อยเป็นอย่างไร
ก่อนจะไป อทินนา
เลี้ยงชีพชอบ (ต้องไม่หวังได้กับหวย)
ก่อนจะไป สุราเมรย
งดของมึนเมา
เรามาว่ากันที่ ปานา
ก่อนดีไหม
การเอาปืน กับรถถัง ออกมาเพื่อยึดอำนาจ ท่านแน่ใจอย่างไรว่าไม่มีใครต่อต้าน
แล้วนั่นถือเป็นการ ประมาทต่อการละเมิดศีล ห้ามฆ่าสัตว์(คน) ตัดชีวิตหรือไม่
แล้วการที่ท่านเห็นชอบกับการยึดอำนาจหล่ะ แล้วถ้าท่านรับตำแหน่งที่เขาหยิบยื่นให้หล่ะ
นั่นคือการเห็นชอบกับเจตจำนงที่ตั้งอยู่บนความประมาทนั้นด้วยหรือไม่
ท่านอาจกล่าวอ้างได้ว่า เสี่ยงต่อการเสียชีวิตของคนจำนวนหนึ่ง
แต่เป็นการรักษาชีวิตคนส่วนใหญ่ และประเทศไว้
ถ้าท่านคิดเช่นนั้น แล้วกรณีที่มีการกล่าวหาเรื่องการฆ่าตัดตอน
ก็กล่าวอ้างได้ด้วยหรือเปล่า เป็นการเปิดโอกาสให้เขาแก้ตัวได้ด้วยหรือไม่
และดูเหมือนตรรกะก็ไม่ต่างกันกับ คดีลอบสังหารอดีตนายกฯ
ที่ยอมสูญเสียคนจำนวนหนึ่ง ไม่สนว่าเป็นลูกเล็กเด็กแดง ผู้ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
อีกจำนวนมาก อันมีความผิดอย่างเดียวที่ดันมาอยู่ละแวกนั้นพร้อมเป้าสังหาร
ใช่หรือไม่
มาว่ากันอีกประเด็นหนึ่งที่อยู่ติดกับกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย
อันเป็นเมืองพุทธ
นั่นคือ เรามีบทลงโทษ ประหารชีวิต ได้อย่างไรกัน
เมื่อศีลห้า ระบุชัดเจนเรื่อง การห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
จะเป็นไรไหมที่ผมจะขออนุญาตพูดถึงประเด็นนี้สักเล็กน้อย
ผมว่านั่นคือความสิ้นหวังที่มนุษย์เราปฏิเสธความรับผิดชอบต่อมนุษย์ด้วยกัน
หากเรารับผิดชอบต่อการพัฒนาความเป็นมนุษย์ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีวิวัฒนาการสูงสุด
ของสิ่งมีชีวิตบนโลกได้ ก็คงไม่มีความคิดใด เหตุผลอันใดให้เราสังหารชีวิตของมนุษย์ด้วยกันได้
ฆ่าเขาทิ้งเสีย โดยไม่คิดว่า เหตุแห่งการทำผิดเหล่านั้นล้วนมาจากหลายปัจจัย
ละเลยเสียความผิดพลาดอื่น ทำเหมือนว่า ความผิดนั้นติดมากับตัวแต่กำเนิด
เฉพาะตัว
การแบกรับไว้เพื่อให้ได้เห็นถึงความผิดพลาดของระบบการอยู่ร่วมกันที่เป็นอยู่
ถ้ายังไม่คิดแก้ไข
มิใช่หรือ!!!
เพราะมิเช่นนั้น ผู้คนต้องเดินเข้าหลักประหารจะมากมายขึ้นทุกวัน
นี่ไม่นับคดีกองโตมโหฬารที่ดูเหมือนว่าไม่มีวันสะสางได้ในชาตินี้
แน่นอนความเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาวะเช่นนั้น คงไม่ได้มาด้วยการออกกฎบังคับ
ใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือ บังคับให้ชีวิตอื่น คิดตาม ทำตาม
แต่หากเป็นการรับผิดชอบร่วมกัน ด้วยความเมตตาซึ่งกันและกัน
ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อเดินไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
เช่นนั้นมิใช่หรือ
.......................................................................................................................................................
นายผ่าง
6 ธ.ค. 49
|