ว่าด้วยศีลธรรม

เสียงปรบมือในสภาฯ นั่นมันเสียดแทงหัวใจผมจังเลยครับ
ผมมานั่งถามตัวเองว่า ทำไมรู้สึกอย่างนั้น ถามวนไปวนมา
ครั้งแล้วครั้งเล่า

นั่นเขาอาจ…ไม่ได้หมายถึงพูดถึงเรื่องของเรา ที่เห็นทุกเมื่อเชื่อวัน
นั่นเขาคง…กำลังพูดถึงรัฐ ถึงชาติไหนสักชาติ ที่ไม่ใช่ขอบเขตแผ่นดินที่เราอาศัย

หรือสังคมที่เขาต้องการ เราคงเข้าไปอยู่ในสังกัดไม่ได้
ที่และดินแดนที่พวกเขากล่าวถึงมันดีเกินไปสำหรับเราอาศัย
ใช่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องของเราเลย นั่นมัน…”ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ชัด ๆ

อย่าคิดอาจเอื้อมเลย!!!

………………………………………………………………………………………………

อย่าดูแคลนความสิ้นหวัง
อย่าดูแคลนความอดอยาก ทุกข์ยาก แล้งเข็ญ
อย่าดูแคลนความโหดร้ายในตัวมนุษย์

หากคุณไม่เคยพบเคยเห็น ไม่เคยสัมผัส ไม่เคยตกอยู่ในสภาพที่เขาเป็นกัน
จงอย่าดูแคลนมัน เพราะมันทำลายล้างได้ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

หากเราต้องการทำให้สังคมดีขึ้น ต้องแผ้วถางทางที่ดี ให้ทุกคนสามารถเดินได้เสียก่อน
อย่าปิดหนทางแห่งความหวัง ทางระบายทุกข์ โดยที่ไม่เปิดทางอื่นรอ

อย่าคิดว่าคุณเข้าใจสภาพเป็นอยู่พวกเขา
เพียงเพราะอ่านจากหนังสือ หรือเพียงแค่เดินดูพูด ๆ คุย ๆ ถาม ๆ
ไม่มีทาง !!!

…………………………………………………………………………………………..

“โชคดีที่เกิดเป็นไพร่”

เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันทีกับผม เมื่อฟังผ่าน ๆ กับการพิจารณาของสภาฯ
เรื่อง “หวย”

“ไพร่” ผมไม่ได้เสียดสี ในที่นี้ผมหมายถึงโชคดีที่ไม่ไปเกิดในที่ ในชนชั้น
ที่ยากจะเข้าใจมนุษย์ด้วยกันได้ ถ้าผมร่ำรวยกว่านี้ นั่นคือความโชคร้าย
ผมไม่รู้ว่า จะไร้ความสามารถ ขาดโอกาสที่ดี
ในการทำความเข้าใจ ”ชีวิตที่แท้จริง” ไปด้วยหรือเปล่า

แล้วที่เขาพูดกันไม่ถูกหรอกหรือ ? ให้อบายมุขมันหมดไป
โอ้โห ถูกสิครับ แล้ววิธีการหล่ะ สภาพการบังคับที่จะให้เป็นจริงได้หล่ะ

หากเราสามารถแก้ปัญหาทุกอย่าง โดยกำหนดเป็นกฎหมาย
แล้วจัดการทุกอย่างได้ มันก็วิเศษน่ะสิ

แล้วอะไรที่ขาดไป อะไรที่เรายังไม่เข้าใจมัน
ทำไมผู้คนถึงสิ้นหวังหล่ะ ทำไมทุกคนต้องหวังได้กับ หวย
หวังจากโชคที่ เอาความเป็นไปได้มาจับดูแล้ว โอกาสมันช่างน้อยนิด

และอะไร และทำไม อันนั้นเราจัดการแล้วหรือยัง

ความไม่ยุติธรรม ความไม่เสมอภาค ในสังคมเราจัดการแล้วหรือยัง

คนกลุ่มหนึ่ง อันน้อยนิด มี “เสรีภาพ” ที่จะไปไหนมาไหนในโลกนี้
ทั้ง ๆ ที่เขา ผลิตอาหารเองก็ไม่ได้ ทอผ้าใส่เองก็ไม่เป็น
สร้างเครื่องยนต์กลไก เพื่อขับเคลื่อน ก็ไม่รู้เรื่อง
เผลอ ๆ หยิบข้าวหยิบของอะไรเล็ก ๆ น้อย ยังต้องสั่นกระดิ่ง
ตะโกนโหวกเหวกให้คนอื่นที่อยู่ตั้งไกล วิ่งมาหยิบมาจับให้อีก

แล้วคนกลุ่มนั้นทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับผู้คนที่ทำอะไรต่อมิอะไรให้เขาบ้างหรือเปล่า
(แล้วยังไปกดขี่เอาเปรียบไม่หยุดไม่ยั้ง แล้วยังจะมีหน้าไปดูถูกมนุษย์คนอื่นอีก ปัดโธ่!)

ถ้าเสรีภาพ และ เสมอภาค ไม่มี แล้วเราจะกลมเกลียว (ภราดรภาพ ใช่ไหม ที่ชอบพูดกันน่ะ)
มันจะมีได้อย่างไรได้หล่ะ

มาทำกันเสียก่อนดีไหม มาช่วยกันทำเสียก่อนดีไหม
ก่อนที่จะเที่ยวชี้นิ้วกำหนดความคิด วิถีชีวิตคนอื่นน่ะ

……………………………………………………………….
จะพูดเรื่องศีลธรรม ใช่ไหม
ได้ซีครับ
แต่มาเรียงลำดับกันหน่อยเป็นอย่างไร

ก่อนจะไป อทินนา…เลี้ยงชีพชอบ (ต้องไม่หวังได้กับหวย)
ก่อนจะไป สุราเมรย…งดของมึนเมา

เรามาว่ากันที่ ปานา… ก่อนดีไหม

การเอาปืน กับรถถัง ออกมาเพื่อยึดอำนาจ ท่านแน่ใจอย่างไรว่าไม่มีใครต่อต้าน
แล้วนั่นถือเป็นการ ประมาทต่อการละเมิดศีล ห้ามฆ่าสัตว์(คน) ตัดชีวิตหรือไม่

แล้วการที่ท่านเห็นชอบกับการยึดอำนาจหล่ะ แล้วถ้าท่านรับตำแหน่งที่เขาหยิบยื่นให้หล่ะ
นั่นคือการเห็นชอบกับเจตจำนงที่ตั้งอยู่บนความประมาทนั้นด้วยหรือไม่

ท่านอาจกล่าวอ้างได้ว่า เสี่ยงต่อการเสียชีวิตของคนจำนวนหนึ่ง
แต่เป็นการรักษาชีวิตคนส่วนใหญ่ และประเทศไว้
ถ้าท่านคิดเช่นนั้น แล้วกรณีที่มีการกล่าวหาเรื่องการฆ่าตัดตอน
ก็กล่าวอ้างได้ด้วยหรือเปล่า เป็นการเปิดโอกาสให้เขาแก้ตัวได้ด้วยหรือไม่

และดูเหมือนตรรกะก็ไม่ต่างกันกับ คดีลอบสังหารอดีตนายกฯ
ที่ยอมสูญเสียคนจำนวนหนึ่ง ไม่สนว่าเป็นลูกเล็กเด็กแดง ผู้ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
อีกจำนวนมาก อันมีความผิดอย่างเดียวที่ดันมาอยู่ละแวกนั้นพร้อมเป้าสังหาร

ใช่หรือไม่

มาว่ากันอีกประเด็นหนึ่งที่อยู่ติดกับกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย อันเป็นเมืองพุทธ

นั่นคือ เรามีบทลงโทษ “ประหารชีวิต” ได้อย่างไรกัน
เมื่อศีลห้า ระบุชัดเจนเรื่อง การห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
จะเป็นไรไหมที่ผมจะขออนุญาตพูดถึงประเด็นนี้สักเล็กน้อย

ผมว่านั่นคือความสิ้นหวังที่มนุษย์เราปฏิเสธความรับผิดชอบต่อมนุษย์ด้วยกัน
หากเรารับผิดชอบต่อการพัฒนาความเป็นมนุษย์ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีวิวัฒนาการสูงสุด
ของสิ่งมีชีวิตบนโลกได้ ก็คงไม่มีความคิดใด เหตุผลอันใดให้เราสังหารชีวิตของมนุษย์ด้วยกันได้
ฆ่าเขาทิ้งเสีย โดยไม่คิดว่า เหตุแห่งการทำผิดเหล่านั้นล้วนมาจากหลายปัจจัย
ละเลยเสียความผิดพลาดอื่น ทำเหมือนว่า ความผิดนั้นติดมากับตัวแต่กำเนิด เฉพาะตัว
การแบกรับไว้เพื่อให้ได้เห็นถึงความผิดพลาดของระบบการอยู่ร่วมกันที่เป็นอยู่ ถ้ายังไม่คิดแก้ไข
มิใช่หรือ!!!

เพราะมิเช่นนั้น ผู้คนต้องเดินเข้าหลักประหารจะมากมายขึ้นทุกวัน
นี่ไม่นับคดีกองโตมโหฬารที่ดูเหมือนว่าไม่มีวันสะสางได้ในชาตินี้

แน่นอนความเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาวะเช่นนั้น คงไม่ได้มาด้วยการออกกฎบังคับ
ใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือ บังคับให้ชีวิตอื่น คิดตาม ทำตาม
แต่หากเป็นการรับผิดชอบร่วมกัน ด้วยความเมตตาซึ่งกันและกัน
ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อเดินไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ


เช่นนั้นมิใช่หรือ

.......................................................................................................................................................

 

นายผ่าง

6 ธ.ค. 49