|
ลุยไฟ
..................................................................................
ข้ามิได้กังขาเจตนาการมาแห่งท่าน
แต่ข้ากังวลใจในวิถีการมาของท่านต่างหาก
และมิอาจวางใจในวิธีควบคุมทั้งหมดภายใต้ข้อจำกัดที่บีบคั้นมากมาย
ซึ่งเพ่งพิศแล้วก็มิต่างกับของทุกท่านที่ผ่านมาในอดีต
แล้วเราจะก้าวพ้นไปอย่างไม่เจ็บปวดได้อย่างไรเล่า
แล้วเราจะผ่านพ้นโดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้อย่างไร
ข้าออกจะเห็นต่าง หากท่านบอกว่า..พวกข้าต้องการสงบรำงับเสียยิ่งกว่า..
เราทุกชีวิต
ต่างต้องการมันเท่า ๆ กันต่างหาก!
เท่า ๆ กับที่ทุก ๆ ชีวิตต้องการความเป็นธรรมในการดำรงอยู่
ดำรงอยู่ ที่พอเหมาะพอดีที่จะพัฒนากายและจิตไปเป็นลำดับ
ลองมองให้ชัดซี มองสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่นี่มันไม่สามารถสงบได้เลย
หากจะให้เป็นอย่างที่เป็นมา เราก็ต่างรู้ชีวิตที่อยู่ท้ายขบวนต่างระส่ำ
เมื่อหางขบวนระส่ำ มันก็จะดิ้นรนทุรนทุลายฟาดหัวฟาดหางไม่เลือกที่
อย่างที่เห็นกันอยู่
มันหนักหนาจริง ๆ มันไม่ง่ายจริง ๆ มันจึงไม่ควรพลั้งพลาดอีกแต่อย่างใด
ปัญหาที่กองอยู่ตรงหน้าถูกสะสมมาอย่างยาวนาน
ทำให้มันซับซ้อน ต้นกำเนิดยังมิอาจมองเห็นเพียงด้วยตาและได้ยินด้วยหู
ไม่อาจสรุปได้อย่างง่าย ๆ ไม่อาจที่จะโยนให้ใคร หรือกลุ่มใดไปแล้วจบ
และไม่อาจแก้ไขได้คนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
แต่ต้องพร้อมใจกันทั้งหมด โดยมิอาจบังคับหรือใช้เล่ห์กลลวงเอาอย่างไรได้
ข้าไม่อาจรู้ได้ว่าเราจะก้าวผ่านกันไปได้อย่างไร
เพราะมันเกินสติปัญญาของข้าอย่างแน่นอน
แต่ข้ารู้สึกอยู่บางประการว่า บางทีเราอาจผ่านไปได้
หากละความโกรธ ความเกลียด
และ
ละทิ้งตัวเองเสีย นั่นคงมีโอกาส
...................................................
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เห็นและเป็นอยู่นี่
เราต่างไม่สะอาด เราต่างมีหาง รู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง
เราคงทำได้แต่เพียงทำให้ระบบมันดีขึ้นไปเป็นลำดับ
พร้อมที่จะถูกซักถูกล้าง พร้อมที่จะถูกตัดถูกทอนหาง
สำคัญก็คง
อย่าได้เอาหัวใจไปไว้ที่หาง
และไม่คิดว่ารอยเปื้อนพวกนั้น เป็นสาระสำคัญอะไร!!!
.....................................................
แต่ก็นั่นแหละ!! ข้าเป็นเพียงผู้ฟั่นเฟือนแค่ท่านฟังข้ามาถึงตรงนี้
ก็ถือว่า
ท่านหลวมตัวและพลั้งพลาดมามากพอแล้ว !
......................................................
วารี
15 พ.ย. 49
|