|
ชั่งใจก่อน!!!
....................................................
ทำไมถึงจะไม่ให้โอกาสพวกเรา!!!
เราไม่ต้องการความพิเศษ
พิเศษ กว่า พื้นที่อื่น บนผืนแผ่นดินนี้
เราเคยเป็นพื้นที่พิเศษ
พิเศษเพราะการแบ่งปันไม่ลงตัว
สุดท้ายเราเกือบกลายเป็นเหยื่อ
ที่เกือบไม่รอดกันเสียทั้งหมด
ท่านกำลังดูแคลนความรู้สึกของเราบนพื้นที่นี้หรือเปล่า
บางกลุ่มบางคณะอาจคิดเป็นปฏิปักษ์แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด
พวกเขาอาจมีข้อข้องใจอะไรทำไมไม่พูดคุยกันเล่า
หรือท่านไม่ต้องการฟังคนที่เห็นต่าง
ไม่ต้องการฟังความจริงที่ไม่ต้องการ
ประชานิยม บอกตามตรงฉันว่ามันไม่น่ารังเกียจอะไรนักหนา
ตามที่แสดงออกกันอยู่ทุกวันนี้หรอก
ประชานิยม ที่ท่านมองว่ามันน่ารังเกียจ
แน่นอนมีหลายแง่มุมมันมีจุดอ่อนมีข้อบกพร่องที่รอการแก้ไข
ถ้าคน ๆ หนึ่ง คณะ ๆ หนึ่ง ไม่ชอบธรรมพอที่จะทำมัน
ก็เสนอ ข้อเสนอที่ดีกว่ามาสิ เสนอตัวเองมาสิ
ใช่แต่จะรื้อทิ้งโดยไม่ไตร่ไม่ตรอง
ผลได้ผลเสียกันให้ชัดเจนก่อน ไม่ศึกษาระบบที่จะเอามาแทน
ที่ดีกว่า ที่ได้ผลกว่า ไม่ทำให้สังคมสับสนวุ่นวาย
การแก้ไขโดยไม่มีภาพรวมที่ชัดเจนที่เราจะก้าวไป
ไม่มีแผนที่วางกันอย่างเป็นระบบ ประสานกันได้
ส่วนใหญ่ของคณะผู้ที่จะมาดูแลจัดการสามารถเข้าใจได้ตรงกัน
ในสิ่งที่จะนำมาทำ มาแก้ไขสังคมโดยรวมให้ก้าวไปในทางที่ถูกต้อง
เศรษฐกิจ ชีวิตที่เพียงพอ แน่นอนว่านั่นคือปลายทาง
แต่วิธีการที่จะก้าวไปหล่ะ ทำให้ทุกคนคิดตรงกันได้อย่างไร
ความเห็นชอบ ตั้งมั่นชอบ เป็นสิ่งที่ยากมากให้การจะให้ปรากฏในจิตใจแต่ละคน
เช่นนั้นการจะให้สังคมทั้งสังคมดำเนินไปตามนั้นยิ่งยากไปใหญ่
เรามีแผนพอสำหรับตรงนี้กันแค่ไหน
แล้วสภาวะของโลกปัจจุบันแม้ไม่อยากเชื่อมต่อ เราก็ยากที่จะตัดทิ้งไปโดยไม่สนใจ
และโลกยังใช้กติกาเดิม เราจะอยู่ท่ามกลางโลกที่เป็นอยู่นี่อย่างไร
ไม่เพียงเขาจะต้องการหลายสิ่งหลายอย่างจากเรา
เขายังคิดกำหนดให้ต้องเดินตามที่เขาต้องการด้วย
แล้วเราจะกำหนดจุดยืนเราอย่างไร ที่เป็นจริง ปฏิบัติได้ ที่ไม่ใช่เพียงแต่พูดได้เท่านั้น
แน่นอนการรับรู้ของฉันมันจำกัด แต่ก็พยายามเปิดรับมากที่สุดเท่าที่พอจะทำได้
ฉันก็รู้สึกอยู่ดีว่า สิ่งที่ดำเนินอยู่ในสังคมยังห่างมากกับ การตั้งมั่นชอบ
การเห็นชอบ
การสื่อความ ตัวสารที่จะทำให้คนเรารู้สึกดีต่อกันมันน้อยมาก
เมื่อเทียบกับข้อความที่จะทำให้เกลียด ให้กลัว ให้โกรธ ให้ระแวงสงสัย
โดยข้อแนะนำ ข้อเสนอที่จะเป็นทางออก มีน้อยกว่า
โดยมากเป็นการกำจัดกัน การทำลายความเชื่อถือระบบ และบุคคล
ที่เห็นว่าเป็นปฏิปักษ์กับสถานะ กับกลุ่มตัวเอง
และยืนห่างจากการตั้งมั่นในประโยชน์ของส่วนรวม
ลูกหลาน เรายังป่วยไข้ทางใจกันเยอะมาก
ก็ไม่ใช่คนรุ่นที่มาก่อนทอดทิ้งพวกเขาหรอกหรือ
พ่อแม่ แม้จะมีเงินมากมายก็มีงานรัดตัว พ่อแม่บางคนขัดสนจนแทบจะขายอวัยวะกิน
จะมีเวลาที่ไหนไปดูแลลูก ๆ หลาน ๆ เมื่อตัวเองยังแทบจะไม่รอด
แล้วอนาคตหล่ะดูสิ มีแต่เหตุที่จะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนมีโอกาส
กับคนไร้โอกาส ในการเข้าถึง...
เราจะมีสังคมที่แตกต่าง แน่นอนเมื่อมนุษย์ไม่ใช่หุ่นยนต์ ไม่ใช่กลไก
กดปุ่มให้รู้สึกนึกคิดได้ตามใจชอบ
เมื่อมนุษย์ทอดทิ้งมนุษย์ด้วยกัน บอกได้คำเดียวคือ หายนะ เท่านั้น
คุณธรรม จริยธรรม ความดีงาม
หากเราใช้คำเรานี้มาแบ่งแยกกัน สร้างความเกลียดชัง
มันก็จะกลายเป็น กุศล ที่ก่อให้เกิด อกุศล ได้มิใช่หรือ
เมื่อแบ่งแยก เราก็สามารถจะกำจัดได้ใช่ไหม
การกำจัดคนก็ย่อมหมายถึง ขาดเมตตา
หากเราต้องการทำให้ดีขึ้น ก็คงทำได้เพียงต่อสู้ และต่อต้านกับพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง
มิใช่หรือ!!!
หรือเราจะต้องใช้อำนาจ ใช้ความรุนแรง
?
เราเห็นมาหลายครั้งหลายคราในอดีต
เราคงไม่คิดจะซ้ำรอยเดิมกันอยู่ร่ำไป
เมื่อเราเห็นตรงกันแล้วจะไม่ยอมรับพฤติกรรมการคอร์รัปชั่น
เราก็มาช่วยกันสร้างมาตรฐานใหม่ มาเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่จะตรวจสอบ
ที่จะส่งสัญญาณเมื่อมีการกระทำผิด ช่วยกันพูดช่วยกันคิด
คุยกันบอกกัน เอาพฤติกรรมในอดีตมาเป็นตัวอย่าง แล้วประกาศให้ดัง
ๆ เลย
ว่า แบบนี้ ลักษณะนี้เราไม่เอาอีกแล้ว ช่วยกันส่องทุกซอกทุกมุมให้สว่างไสว
ไม่ให้แอบกินแอบทำ กำหนดกติกาเสียให้ชัดเจน อันไหนไม่ชัดก็ลากขึ้นมาวางบนโต๊ะ
มาว่ากัน จะเอากันอย่างไร ไม่ใช่งุบงิบ ปิดตรงที่จะกระทบกับตัวเอง
กลุ่มที่สนับสนุนตัวเอง
แล้วก็เอามาแฉ มาแบล็คเมล์กัน เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ แบบกินกันที่ลับแล้วเอามาเผยในที่แจ้ง
ที่สุดแล้วสังคมโดยรวมต้องมาสังเวยกับข้อชัดแย้งของคนไม่กี่กลุ่ม
อยู่ตลอดไป
ทำได้หรือเปล่าหล่ะ คนชั้นกลาง และคนชั้นสูง
คนชั้นนำ (ที่ยังมีใจเป็นธรรมอยู่)
ไหน ๆ ก็เรียนมาก็มากมาย ก็ช่วยตามให้ได้ ไล่ให้ทันกับมนุษย์ทุกผู้ทุกกลุ่มหน่อยได้ไหมคะ
ทำให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นเนื้อเป็นหนัง ให้จับต้องได้ ให้เป็นมาตรฐานอ้างอิงได้
คนที่เป็นแรงงาน คนที่ไม่เสียเวลา เสียเงินมาเรียน เขาทำหน้าที่แบบนี้ไม่ได้หรอกนะคะ
พวกเขามีงานต้องทำมาก ถ้าเขาไม่รู้ ก็เพราะเขากำลังปลูกข้าว ปลูกผัก
สร้างบ้านให้คุณได้กินได้อยู่
กันอย่างอิ่มหนำ และอยู่แบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมอยู่น่ะค่ะ
(รบกวนหน่อยเถอะค่ะ อย่าเอาแต่บ่น
ๆ แล้วทิ้งกันไปอีก)
...ฉันนอกเรื่องอีกแล้ว...
ฉันเพียงไม่ต้องการเว้นพื้นที่นี้ต่อการยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก
ไม่ต้องการเป็นกลุ่มคนที่ถูกดูแลเป็นพิเศษ
สำหรับบางกลุ่มบางคนที่เขาไม่เข้าใจ เห็นต่าง ก็ต้องหาทางที่จะพูดคุยกันได้มิใช่หรือ
ไม่กลัวหรือว่าเรื่องง่ายจะกลายเป็นเรื่องยาก ในที่สุด
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการคงกฎอัยการศึกบางพื้นที่
ที่ยังไม่มีความรุนแรงอันตรายจนต้องควบคุม...พิเศษ
...ให้โอกาสเราเถิด...
.............................................................
ปิยนันท์ จิตต์แจ้ง
28 พ.ย. 49
|