อย่าแตะต้อง

ขออย่าได้มีใครตัดสิน คุณลุงคนขับแท็กซี่คนนี้ ด้วย “ความคิด” อันหยาบและตื้นเขิน
เอา “หัวใจ” มาวัดกันดีกว่า
เพราะ ชายสูงวัย ผู้นี้ได้ปลิดชีพตัวเอง ด้วยพลังจากภายใน
โดยแสดง เจตจำนงที่ไม่ใช่เนื้อหาส่วนตัว
แน่นอน “บกพร่อง” ในบางแง่มุม
แต่เมื่อเทียบแล้ว ความบกพร่อง เทียบไม่ได้เลยกับ “ใจ”
……..ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว………

เขาได้จากไปแล้ว
พวกเราที่เหลือต่างหากที่ต้องทบทวนตัวเอง
เกิดอะไรขึ้นกับสังคม

สังคมที่ดำเนินไปอย่างบิดเบือน “ความจริง”
ฟาดฟันกันอย่างเกรี้ยวกราด
ราวกับว่าความจริงคือวัตถุที่อยู่ในมือผู้ใดผู้หนึ่งได้
สร้าง นำเสนอ ข้อมูล และดำเนินไปอย่าง “หวังผล”

จนสังคม และตัวเราเอง “จนมุม” ความคิด ที่ประกอบกันขึ้น
ติดบ่วงกรรม ที่คล้องรัด บีบคั้น
พยายามดิ้นหนี และทำทุกอย่าง
โดยอาศัย เพียงเหตุและผล ที่สอดรับกับความคิดตัวเองเท่านั้น!
เหตุและผลที่ไม่ตั้งมั่นใน “ความเป็นจริง”

สร้างบาดแผลมากมายให้กับสังคม
ทำเช่นไรดีเล่า กับสังคมที่หาตัวเองไม่เจอ
วาดหวังสร้างดาวกันคนละดวงนี่!

เราจะทำอย่างไรกันดี
*****************************

หัวคน ไม่ใช่หุ้น อย่าปั่นเล่น สนุกกันนักหรือไง พอเถอะ

ลองคิดดูเล่น ๆ หากข้อมูลทั้งหมดถูกนำเสนอกันตามแต่ใจอย่างนี้
ขณะที่พัฒนาการทางอารมณ์และความเข้าใจต่อภาพรวมเรายังเป็นอยู่แบบนี้


จะเกิดอะไรขึ้น กับบรรดาผู้มีอารยธรรมแต่ไม่สำนึก ไม่ทำประโยชน์เพียงพอกับคุณค่ากับปริมาณทรัพยากรที่พวกเขาครอบครองอยู่
ไม่ทำประโยชน์ให้สมประโยชน์กับโอกาสที่เขาได้รับ
แต่กลับใช้ทุกอย่างกดขี่เหยียบหัวกันอยู่แบบนี้ อย่าโยนกันไปมาเลยครับ
ทุกคนต่างรู้กันดี แต่เราทำเป็นไม่รู้ต่างหาก

เมื่อถึงวันหนึ่ง กฎและอาวุธที่คนจำนวนหนึ่งสร้างและครอบครองอยู่นั้น กดฝูงชนไว้ไม่อยู่
(แม้จะหวังดีสักเพียงใดก็ตาม)
เราก็จะได้เห็นกันเสียทีว่ามนุษย์เราเลวร้ายกันได้เพียงใด

หวังว่าเราคงไม่อยากพบเห็นกันเร็ววันนี้นะครับ

แด่…การป่าวประกาศจากความตาย (ขออย่าได้ห่วงใยกังวลต่อสิ่งใด ๆ ในโลกนี้อีก)..สู่สุคติเถิด

---------------------------------------

นายผ่าง
1 พ.ย. 49