Taxi Driver

อย่าประนามหยามเหยียด คนขับเท็กซี่คนนั้นอีกเลย เพราะเขาเจ็บปวดมามากพอแล้ว
เจ็บทั้งใจ ที่ไม่สามารถหาทางออกอื่นอีกได้ ไม่อาจคิดให้เข้าใจอะไรได้ทั้งหมดได้
เจ็บทั้งตัว ที่ต้องใช้เวลารักษาอีกนาน
ลำบากกันทั้งครอบครัว ที่ต้องขาดรายได้ และค่างวดที่ต้องดูแลรักษากัน

ไม่ยากครับที่จะประนามว่าเขา ทำลายชาติ
ไม่ยากครับที่จะประนามเขาว่า ไร้สติ ไร้ความคิด
จะว่าถูกมันก็ถูกครับ แต่ด้านเดียว

เห็นใจเขาเถอะครับ คนเราคนหนึ่ง ก็คือ หน่วยหนึ่งของสังคม
คือ หน่วยหนึ่งที่ถูกหล่อหลอมมาจากสังคม จากอดีต และปัจจุบัน
คนหนึ่งที่ไม่สามารถแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดได้ด้วยวิธีอื่น
นอกจากระเบิดอารมณ์ เอากับ รถถัง จนเป็นความเจ็บปวดต่อตนเองและครอบครัว
ช่วยเยียวยาเขาเถอะครับ

ก็นั่นเป็นผลงานของความโกรธ และเกลียดชัง ที่กระเด็นกระดอนอยู่ในสังคมครับ
ก็เป็นความเกลียด และความโกรธ ที่เราต่างสร้างกันขึ้นมาไม่ใช่หรือครับ
อย่าโทษกันอีกนะครับว่าเพราะใคร เราทั้งหมดนั่นแหละครับ
คนทำก็ผิดที่ทำ คนไม่ทำก็ผิดที่ไม่รู้จักช่วยกันป้องกัน

และ…กระผมก็ยังคิดว่า สังคมเรายัง ประมาทอยู่มาก
อย่างน้อยก็ ดอกไม้ที่ปลายปืนนั่น
อย่างน้อยก็ การรายงานข่าวด้านเดียวนั่น
อย่างน้อยก็ การนำเด็ก ๆ ไปเข้าแถวถ่ายรูป ( เอาไว้รอวันเด็กกันไม่ดีหรือครับ )
อย่างน้อยก็ ……………………….. (ไม่แน่ใจว่าจะสร้างสรรค์หรือไม่ เลยขอละเอาไว้ก่อน)

ผมรู้สึกว่านั่นเป็นการแสดงออก และนำเสนอ ที่เป็นความประมาท
และมันจะกลายเป็นต้นทุนหนึ่งที่จะเกิดความรุนแรงได้ในอนาคต หากมีองค์ประกอบอื่นเข้ามา

เพราะ ภาพเหล่านั้นมันได้กดดัน และตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับคนที่คิดไม่เหมือนกับคนที่นำดอกไม้ ข้าวปลาอาหารไปหยิบยื่นให้ ด้วยไมตรีจิต ด้วยความยินดีปรีดา (ว่าก็ว่าหากชื่นชม ก็แอบ ๆ ให้กันไม่ได้หรือครับ อาจจะลำบากซักหน่อยก็เถอะ)
คนอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่สามารถมองเห็นเป็นเรื่องตื่นตาตื่นใจ เห็นเป็นเรื่องสนุก ไม่ซีเรียสอะไร เหมือนกับคนที่ไปตั้งท่าถ่ายรูปกับรถถัง

คงไม่มีใครที่จะบังคับให้คนอื่นคิดเหมือนเราได้ อันเนื่องจากหลายเหตุหลายปัจจัย
ครับต่างคน ต่างอยู่ในจุดตกกระทบที่ต่างกัน
ผมคิดว่า…เราต่างไม่รู้ทั้งหมดว่า จริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แม้เราคิดว่าเราจะรู้ดี รู้แน่แล้วก็ตาม
เพราะเรากำลังสร้างสังคมที่ซับซ้อน แต่เรามีความสามารถน้อยมาก…ที่จะเข้าใจความซับซ้อนของมัน

แต่ด้วย….เราต่างยึดมั่นไม่ให้เกิดการฆ่ากัน ทำร้ายกัน เราจึงต้องนิ่งงันอยู่เช่นนี้ เพื่อดูมัน

ที่สุดแล้วผมคิดว่า …เราไม่อาจจะประมาทกันได้เลย ว่าแท้จริงแล้ว เราสูญเสียอะไรไปบ้าง
บางกลุ่มอาจรู้สึกได้ รู้สึกโล่งใจ สบายใจ บางกลุ่มอาจรู้สึกว่าเสีย กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
บางกลุ่มอาจวิตกกังวลถึงอนาคต…คิดหนัก
แต่โดยทั้งหมดทั้งสังคม เราได้หรือเสียมากกว่ากันแน่ ยากที่จะประเมินได้

ผมคิดว่า…เราต้องคำนวณกันทั้งแนวลึกและแนวราบ
ต้องคำนวณจากกาลเวลา แต่อดีต ไปถึงอนาคต
ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อปัจจุบันทั้งหมดทั้งสิ้น

ขออนุญาตซักหน่อยเถอะครับ กับสื่อทีวี
ไม่ผิดนะครับที่เราจะรายงานสิ่งที่เราเห็น แต่แน่ใจแล้วหล่ะหรือว่าคุณพยายามมองดูความจริงรอบด้าน
ครับ…สถานการณ์แบบนั้นก็คงลำบากกันอยู่ พอเข้าใจ
แต่ อยู่ตรงกลาง ก็น่าจะปลอดภัยได้
เพราะดูแล้ว คณะปฏิรูปฯ ท่านก็มาเพื่อดำรงความเป็นกลาง ความถูกต้อง ยุติธรรม และเปิดกว้างพอสมควร (ผมเข้าใจถูกต้องใช่ไหมครับ อย่าว่ากันเลยนะครับถ้าผมจะระวังระแวง เพราะอดีตมันตามมาหลอกหลอนผมครับ )

ขอแสดงความคิดเห็นสักเล็กน้อยนะครับคงไม่ว่ากัน ช่วงรายงานสถานการณ์หลังการยึดอำนาจนั้นผมเลือกที่จะดู ช่อง 9 ครับ ไม่รู้ทำไม แต่หลังจากนั้นก็พยายามดูทุกช่อง บางทีสถานการณ์เร่งด่วนขนาดนั้นก็คงจะปรับตัวยากสักหน่อยสินะครับ

โชคดีนะครับที่ Taxi Driver คนนี้เป็น คนขับแท็กซี่แบบไทย ๆ พุ่งชนกัน ให้ได้เห็นกันจะ ๆ
ที่ไม่…ซับซ้อน ละเมียดละไม ฉลาดเฉลียว เหมือน Taxi Driver ในหนังฝรั่งนั่น
ที่รักจะการเก็บกวาดบ้านเมืองด้วยมือตัวเองเสร็จสรรพอย่างนั้น

เห็นไหมครับ โชคดี ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ ถ้าเรามองหามัน
โชคดีครับ เราต้องโชคดี เท่านั้น

........................................................................................

นายผ่าง
2 ต.ค. 49

*แด่…ปฏิการตำจอก "คาร์มิคาร์เซะ ปะทะ รถถังประจัญบาน" ครับ*