Focus > development

เขตเศรษฐกิจพิเศษ เชียงราย

 
คลิกดูภาพขยาย

ด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ “เชียงของ” เมืองชายแดน ที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในด้านการคมนาคม ทั้งทางบก และทางน้ำ สู่กลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และจีนตอนใต้

ส่งผลให้ เชียงของเป็นส่วนหนึ่งของ …เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเชียงราย อันครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ คือ แม่สาย เชียงแสน เชียงของ

การเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หมายถึง… การลงทุนในพื้นที่นี้จะได้รับสิทธิพิเศษด้านต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุน ได้แก่

1. สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร การส่งเสริมการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกรรม โดยมีมาตรการจูงใจทางภาษี การอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจ เช่น ศูนย์บริการและส่งเสริมการลงทุน ที่ให้บริการแบบครบวงจร หรือ One Stop Services ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ สั่งการ และอนุมัติแผนการดำเนินงานได้
2. ความพร้อมของปัจจัยการผลิต ทุน วัตถุดิบ แรงงาน สร้างความมั่นใจให้กับแหล่งเงินทุนในความพร้อมที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ มีการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับแหล่งวัตถุดิบในพื้นที่ มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานของคนในท้องถิ่น เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพการผลิต
3. วางโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้พร้อม ตั้งแต่ระบบคมนาคม-ขนส่ง ไฟฟ้า ประปา ฯลฯ

เป้าหมายของการจัดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงรายนี้ รัฐมุ่งหวังเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับจีนตอนใน พม่า และลาวตอนเหนือ นั่นคือ จะต้องสร้างเส้นทางการคมนาคมขนส่งระหว่างกันโดยสะดวก ทั้ง 3 ทางคือ

  • ทางบก ที่กำหนดแล้วเสร็จในปี 2550 หมายถึง จะต้องสร้าง ถนนเชื่อมโยงกันของพื้นที่ 3 อำเภอ และเชื่อมต่อเส้นทางภายในจังหวัด และส่วนกลางของประเทศ เพื่อพร้อมที่จะเชื่อมเส้นทางกับประเทศลาว และพม่า เพื่อต่อไปยังประเทศจีนได้
  • ทางน้ำ การเดินเรือในแม่น้ำโขง ซึ่งจีนกำลังอยู่ในขั้นตอนการระเบิดแก่งหินที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือที่มีระวาง 300-500 ตัน ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2547
  • ทางอากาศ ตั้งเป้าให้มีต้นทุนต่ำกว่าเส้นทางอื่น เพื่อเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม การค้า และการท่องเที่ยว

ด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย

  • แปรรูปการเกษตร
  • อัญมณี เครื่องประดับ
  • สิ่งทอ (เสื้อผ้า ผ้าไหม)
  • Logistic : การขนส่ง คลังสินค้า คลังน้ำมัน ตลาดกลาง
  • ชิ้นส่วนรถยนต์ จักรยานยนต์
  • อุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์

ขั้นตอนการดำเนินการ

ด้านกายภาพ

  1. กำหนดผังการใช้ที่ดินภายในปี 2546 และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงให้ครบเต็มระบบในปี 2550 (กรมผังเมือง / กรมทางหลวง / กนอ.)
  2. ศึกษาความเหมาะสมและจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและคลังสินค้า(2546) ให้ เอกชนเริ่มลงทุนได้ปี 2547-2548 (กนอ./กรมศุลกากร)
  3. เร่งการใช้ประโยชน์และกำหนดกลไกการบริหารท่าเรือเชียงแสน ท่าเรือเชียงของ และสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 ภายใน 6 เดือน (กรมศุลกากร/กรมธนารักษ์/การท่าเรือฯ/กรมการขนส่งทางน้ำฯ / กรมทางหลวง)
  4. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ภายในปี 2546-2548 (กรมส่งเสริมการปกครองฯ /กรมโยธาธิการฯ /กรมศิลปากร/ททท.)
  5. การมีส่วนร่วมและการดูแลสิ่งแวดล้อมดำเนินการภายในปี 2546 (สผ./ม.แม่ฟ้าหลวง)
  6. พัฒนาฝีมือแรงงานเริ่มในปี 2547 (ก.แรงงาน)


ศักยภาพการตั้งนิคมอุตสาหกรรม

ด้านกฎระเบียบ กฎหมาย การบริหารจัดการ

  1. ปรับปรุงกฎระเบียบในระยะแรกให้แล้วเสร็จในปี 2547 และยกร่างกฎหมายเฉพาะภายในปี 2550
  2. จัดตั้ง One Stop Services ภายในปี 2547 :
    - ด่านชายแดน เพื่อสนับสนุนการค้า (กรมศุลกากร / ตม. / อื่นๆ)
    - เขตอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนการลงทุน (กนอ. /กรมศุลกากร / ก.อุตสาหกรรม / BOI )
  3. กำหนดนโยบายการใช้แรงงานต่างด้าวและความมั่นคงให้แล้วเสร็จในปี 2546 (สมช. /ก.แรงงาน / กต.)
  4. กำหนดนโยบายด้านธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ : การใช้เงินท้องถิ่นและการส่งเงินกลับ ให้แล้วเสร็จในปี 2546 (ธปท.)
  5. ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ : โดยปรับการให้สิทธิประโยชน์ BOI สูงสุดภายใต้กฎหมายปัจจุบันให้แล้วเสร็จในปี 2546 และเร่งศึกษากฎหมายรูปแบบเฉพาะเพื่อใช้ในระยะยาว (BOI / กนอ. / กรมโรงงาน /กรมศุลกากร)
  6. ส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศโดยเฉพาะการร่วมทุนไทย-จีน : กำหนดทิศทางการลงทุนและเริ่มดำเนินการภายใน ปี 2546 (BOI / พาณิชย์ / กต.)
  7. จัดตั้งกลไกการบริหารจัดการ
    ระยะแรก : ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
        ระดับชาติ คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ชายแดน
        ระดับพื้นที่ ศึกษาองค์กรปกครองพิเศษให้แล้วเสร็จภายในปี 2546 และตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด(มหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
        ระดับเขตนิคม คณะกรรมการบริหารเขตนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.)
    ระยะยาว : ปรับปรุงกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและนำไปใช้ ได้กับพื้นที่อื่น


แผนปฏิบัติการระยะสั้น 1-3 ปี 2546-2548

  • เขตนิคมอุตสาหกรรม
  • ท่าเรือเชียงแสน ท่าเรือเชียงของและสะพานข้ามแม่น้ำสาย
  • วางระบบโครงสร้างพื้นฐาน
  • ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว
  • ประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรณี
  • ปรับปรุงกฎหมาย และจัดตั้งกลไกบริหาร
  • เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านปรับปรุงกฎระเบียบการค้า การลงทุน
  • ศึกษาการจัดตั้ง Visa Free Zone

แผนปฏิบัติการ ระยะปานกลาง 3-5 ปี พ.ศ 2548-2550

  • จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชียงของ
  • ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระยะ 2
  • พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ระยะ 2
  • วิจัยและพัฒนาพืชเศรษฐกิจและทรัพยากรร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
  • ยกร่างกฎหมายเฉพาะสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านปรับปรุงกฎระเบียบการค้าการลงทุน (ต่อเนื่อง)

แผนปฏิบัติการ ระยะยาว 5-10 ปี 2550-2560

  • สะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชียงของ
  • เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านปรับปรุงกฎระเบียบ การค้า การลงทุน (ต่อเนื่อง)


ผลตอบแทนโครงการ

  • สร้างฐานการผลิตใหม่นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศ โดยคาดว่าจะมีการลงทุนของภาคเอกชนในโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ธุรกิจการค้า และการท่องเที่ยว 20,000 ล้านบาท
  • การจ้างงานในพื้นที่ทั้งทางตรงและทางอ้อมประมาณ 30,000 คน
  • เกิดการขยายตัวด้านการค้า และการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดน
  • เชื่อมโยงธุรกิจชุมชน (OTOP) สู่ตลาดระดับภาคและระหว่างประเทศ
  • แก้ไขปัญหาความยากจน และยกระดับคุณภาพชีวิต

เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงรายถือเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของประเทศ
ซึ่งเป็นโครงการนำร่องอันจะนำไปใช้ในพื้นที่ชายแดนอื่นที่มีศักยภาพต่อไป

เรื่องราวที่เกี่ยวเนื่อง