สมมุติครับ สมมุติว่า....

 

ผมชอบสมมุติครับ สมมุติเล่น ๆ ว่าถ้าเราจะเอาอย่างผู้มีอำนาจบ้าง ที่จะประกาศอภัยโทษผู้ทำผิด...ให้มอบตัว ให้กลับตัวกลับใจได้

ย้ำอีกทีผมสมมุตินะครับ ว่า...... ผู้ใดแอบล้มบนฟูก ผู้ใดแอบยักยอกเงินภาษี ผู้ใดมีสองบัญชี ผู้ใดโกงแวต ผู้ใดฟอกเงินให้อาชญากร ผู้ใดเซ็ญสัญญาสัมปทานที่ไม่เป็นธรรม ผู้ใดเอาเงินภาษีไปช่วยเหลือผู้ผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผู้ใดเทขายเงินบาท ไม่ว่าจำใจต้องทำ หรือจำเป็นต้องทำ หรือตั้งใจจะทำกำไร ผู้ใดแอบโยกงบไป ๆ มาๆ ใช้้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หวังเพียงได้ยักเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ผู้ใดมีส่วนได้กับค่าพรีเมี่ยมข้าวแต่ไม่ทำหน้าที่ให้ดีอย่างที่ควรจะเป็น ผู้ใดที่ทำหนี้ไม่ควรสูญให้เป็นหนี้สูญ ผู้ใดที่ทำให้ชาวบ้านชาวช่อง ทำให้คนหาเช้ากินค่ำต้องน้ำตาตก ผู้ใดที่.....................ฯลฯ (ไม่ใช่กว่า 10 ปีที่ผ่านมานะครับ หมายถึงหลายสิบปีที่ผ่านมาด้วย)

ฺขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งแล้วครับ...ที่จะมาไถ่ถอนความผิดที่ได้กระทำไว้ จะแอบทำแอบช่วยคนโน้นคนนี้เพื่อให้ประเทศไปรอดก็ได้นะครับ (เหมือนที่เขาแอบเอาอาวุธสงครามมาทิ้งไว้ตามพงหญ้าอะไรมาณนั้นน่ะครับ)

ขอเชิญมาทำประโยชน์ได้เลยครับ...เราสามารถชดใช้ได้โดยไม่ต้องเป็นผู้ผิดตามกฎหมาย...มาใช้สามัญสำนึกกันดีกว่าไหมครับ

สมัยนี้คนเรากลัวมากครับที่จะเป็นคนโง่ เป็นคนผิด เพราะถ้าทำผิด ซัก 3 กระทง ผู้คนก็จะเทความผิดให้เป็นร้อยกระทงความทีเดียวก็มันน่ากลัวนี่ครับ ใครเขาจะกล้าสารภาพผิด ใครเล่าจะกล้าเข้าข้างจำเลยสังคม เดี๋ยวโดนหางเลขไม่รู้ตัว

คนเดี๋ยวนี้น่ากลัวเสียนี่กระไร...ผมหมายถึงน่ากลัวจริง ๆ นะครับ ผมว่าเรามีผู้พิพากษาเต็มบ้างเต็มเมืองกันไปหมด เราใช้ความคิดฆ่าคนตายกันทุกวัน เผลอ ๆ มีบางคนถูกฆ่าตายไปวันละแสนละล้านครั้งเชียวครับ ว่าไหมครับ

พูดเรื่อง การฆ่า ทำให้อดนึกถึงเมื่อสามสิบกว่าปีก่อนไม่ได้ว่าไหมครับ ฆ่ากันบนถนน ฆ่ากันในเมืองหลวงไม่พอ มาไล่ฆ่ากันตามชายขอบเมืองเล็ก ๆ นี่อีก วัน ๆ หนึ่ง ขนร่างไร้ชีวิตลงมาจากดอยไม่ขาดสาย แขนหายบ้าง ขาหายบ้าง บางทีเด็ดกว่านั้น หัวหายครับ ไม่ก็ถลกหนังหัวไปก็มีค่าหัวนี่ครับ เขาว่าคนไทยฆ่ากันเองครับหรือจะย้อนไปไกลกว่านั้น การปล้นฆ่าแบบที่ไม่ควรจะเกิด แทงทะลุทวารครับ เสียบแสดง บ้างก็บั่นคอ ถ้าหนังเหนียวนักก็ถ่วงน้ำครับ

คิดต่าง เห็นต่าง ถ้าจำเป็นต้องทะเลาะ ก็ทะเลาะกันให้ถึงที่สุดไปเลย เพื่อหาทางออกให้ได้ แต่อย่าถึงกับฆ่าแกงกันเลยนะครับ ทุกวันนี้ก็มากพอแล้ว ไม่มีใครถูกหรือผิดทั้งหมดไม่ใช่หรือครับ ถ้าจะให้ใครเป็นคนผิดทั้งหมด หรือจะให้ใครเป็นคนถูกเสมอ มันก็ผิดความจริงสิครับ หวังว่าเราจะหาความจริงกันนะครับ ไม่ใช่หาคนผิดคนถูก

บรรยากาศขณะนี้เหมาะกับการทดสอบความเป็นกลาง ผมชอบดูตัวเองครับ เวลาดูทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ ว่า มีความเห็น มีคำพูดของใครทำให้เราโมโหบ้างหรือเปล่า แล้วถามต่ออีกว่าทำไมถึงต้องโกรธด้วย ถ้าโกรธแสดงว่าเรามีที่ยึด เลยไปดูหลักยึดเราอีกว่าเป็นอะไร แล้วยึดทำไม ตั้งมั่นถูกที่หรือเปล่า หลอกตัวเองหรือเปล่า คับแคบหรือเปล่า อคติหรือเปล่า แล้วพอมีโอกาส ผมก็ทำโพลล์ครับ เห็นเขาทำกัน เลยทำโพลล์บอกตัวเองบ้าง อยากรู้เรื่องอะไรก็ถาม ถามแล้วก็คิดครับ ทำไมเขาถึงชอบ ทำไมเขาถึงชัง เพราะอะไร สภาพแวดล้อมของแต่ละคนเป็นอย่างไร ฯลฯ

แล้วผมก็คิดว่า สถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ เราไม่สามารถจะผ่านไปได้โดยรักใครหรือเกลียดใคร อนาคตหนทางมันน่าหวาดเสียวจริง ๆ แหละครับ แต่ปัจจุบันฝุ่นก็ตลบ และซับซ้อนมากครับ ที่มองว่าใช่อาจไม่ใช่ ที่มองว่าไม่ใช่ อาจใช่ อดีตครับ ประวัติศาสตร์ครับ เป็นความเคลื่อนไหวของเรา เราส่องดูตัวเองได้ แต่การวิเคราะห์ใช้ฐานคิดเดิมก็ไม่ได้อีกหล่ะครับ สภาพแวดล้อมมันเปลี่ยน ผมคิดอย่างนั้นนะครับ

กระผมเลยจินตนาการวางทุกอย่างลงทุกครั้งเมื่อคิดอยากรู้มัน แล้วมานั่งเรียงใหม่ เอาเหตุปัจจัยใหม่เข้ามา เหตุอันไหนไม่มีน้ำหนักก็ยกออก แล้วเปลี่ยนเอาหลักคิดแปลกมาวิเคราะห์ครับ สับไปสับมา มันก็น่าสนุกดีนี่ครับ

แต่ยังเปิดปลายไว้คิดเล่น ๆ ตลอดเวลา ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
เปิดรับความคิดของคนอื่น ๆ ที่คิดต่าง คิดแปลก พูดแปลก พูดต่าง มาคิดดูบ้าง

การยึดทฤษฎีแข็งตัวไม่เปิดรับข้อมูลใหม่ ก็ไม่เป็นจริง หาความจริงไม่เจอ ความเป็นจริงจะบังคับให้มันเป็นอย่างที่เราคิดแต่แรกก็ไม่ได้ ไม่ใช่หรือครับ ทิศทางและเป้าหมายการเคลื่อนก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาไม่ใช่หรือครับ

ทุกสิ่งในโลกนี้มันไม่เที่ยงมิใช่หรือครับ

แต่คุณค่าปลายทางต้องเป็นปลายปิดครับ ผมว่า ต้องเป็นคุณประโยชน์ต่อส่วนรวม อย่าแอบเผื่อใจเผื่อคิดเจียดประโยชน์ให้ใคร ถ้าแบบนั้นหวาดเสียวหน้าคว่ำตอนจบครับ

กระผมคิดเช่นนั้น หรือคุณคิดกันเช่นไร

.........................................................................

ฮั่นแน่ !

เฒ่าผ่าง

update: 4 ก.ค. 2549