คารวะท่านผู้เฒ่า
เฒ่าผ่าง : ทำไมเราต้องรบกับสงครามที่ไม่มีวันชนะนี้ด้วย
อุ้ยยืน : สูคิดจะเลิกรบหรือไง
เฒ่าผ่าง : ไม่
อุ้ยยืน : แล้วทำไม
เฒ่าผ่าง :
.
อุ้ยยืน : ทำไงได้หล่ะ ก็เราเกิดมาแล้ว เราก็ต้องรบ
ถ้ายังอยู่กันแบบนี้ เราก็ต้องช่วยกัน อย่างน้อยเราก็ต้องทำเพื่อรักษาเขตแดนในใจเราเองไว้
เห็นแล้วทำเป็นไม่เห็น มันก็ทำไม่ได้ เรารบไม่ชนะ เราก็ต้องให้ลูกหลานรบต่อไม่ใช่รึ
ถ้าเราเฉย ไม่รบมันก็จะกลืนกินเราเสีย หมดความเป็นคนกันพอดี
เฒ่าผ่าง : แล้วต้องรบกันนานแค่ไหนกัน
อุ้ยยืน : สูนี่ ยังใจร้อนไม่เลิก แต่ถ้าถามเมื่อไหร่
ก็
ต้องมากกว่า 2549 ปีหล่ะวะ พระองค์ตั้งกองทัพสู้กับมัน จนถึงวันนี้แล้วยังไม่ชนะมันก็ต้องสู้กันต่อไป
ถ้าอยากให้ชนะเร็ว ๆ ก็ทุ่มเท ออกแรงให้หนักหน่อย อาจจะทำให้ถึงเร็วขึ้นมาซักนาที
เฒ่าผ่าง : เฮ้อ! คิดแล้วเหนื่อย อยากจะลาออกจากกองทัพ
ให้ข้าว่ายน้ำไปกลับดอนแวงวันละ 2-3 รอบยังง่ายกว่า
อุ้ยยืน :
.
เฒ่าผ่าง : อย่างน้อยข้าก็ยังมองเห็นฝั่ง เฮ้ เดี๋ยวก่อนแล้วสูหล่ะรบอยู่หรือเปล่า
วัน ๆ เห็นนั่งมองน้ำของอยู่นานสองนาน
อุ้ยยืน : เออน่ะ ข้อมีวิธีของข้า ข้ากำลังปลูกต้นไม้
2 3 ต้น
เฒ่าผ่าง : ไม่น้อยไปรึ
อุ้ยยืน : ต้นไม้พันธุ์ดี แต่ข้าก็ทำได้แต่รดน้ำพรวนดิน
ลมฟ้าอากาศควบคุมไม่ได้ คาดเดาไม่ถูก แต่ก็พยายามค้ำต้น บังแดดให้บางเวลา
บางครั้งก็ปล่อยโต้ลมฝนบ้างให้แตกกิ่งก้าน แตกใบอ่อน ที่สำคัญก็พยายามรักษารากให้แข็งแรง
เฒ่าผ่าง : นั่นสินะ มันจะมีอะไรดีกว่านี้ ไม่กี่ปีเราก็ตาย
ธรรมชาติแปลงสภาพเราไป
อุ้ยยืน : ฮึ ๆ ไง สูยังคิดจะลาออกอยู่อีกไหม ยังไงอย่าลืมไปบอกลาที่ตุ๊พี่หล่ะ
เฒ่าผ่าง : เฮ้ย! หาเรื่อง ให้ข้าโดนเพ่นหัวกะบาลแยกหล่ะไม่ว่า
แก่ปูนนี้มาท้อมาถอย มาน้อยใจ นี่
เลือดออกไม่เท่าไหร่ ต้องโดนเทศน์กัณฑ์ใหญ่จนหูชาอีก
แค่นึกก็มึนแล้ว เอาวะ! ข้าขอว่ายน้ำไม่เห็นฝั่งนี่ต่อดีกว่า
.ดูเหมือนว่า
ศรัทธาข้าไม่แก่กล้าเท่าสูเลยนะ
อุ้ยยืน : แต่ก็มีดี
เฒ่าผ่าง : ปากดีน่ะสิ เลยโดนดีเข้าเลย
อุ้ยยืน : ขุ่นข้อง!
เฒ่าผ่าง : ไม่
อุ้ยยืน : อะฮ่า หมองใจงั้นรึ
เฒ่าผ่าง :
..
อุ้ยยืน :
เอาน่ะ บททดสอบ อยากศรัทธาแก่กล้าไม่ใช่รึ
ยาขมแบบนี้แหล่ะหายาก คลายเส้นยึดดีนักแล รู้นี่ให้หายขมทำไง
เฒ่าผ่าง :
.. ได้ ถ้าสูยังค้ำ ข้าก็ยันต่อ
เตรียมทำแผล ไม่ก็รอเก็บศพต้มแซ่บได้เลย ลองซักตั้งหวังว่าจะผ่านด่านนี้ได้
เจ้าอาวาส : คนตายแล้วจะตายอีกได้ไง
เฒ่าผ่าง : อ้าว
.เออ
..ตุ๊พี่ เออ
.บางทีก็มีเผลอขอรับ
เจ้าอาวาส : อยากดับสนิทไหมหล่ะ
เฒ่าผ่าง : โอ้
ยังหล่ะครับ ไม่หล่ะครับ ให้ไอ้ยืนก่อนแล้วกัน
เจ้าอาวาส : ไอ้ยืนน่ะมันมีห่วง แต่สูนี่เขาเรียกว่า
หวงทุกข์โว้ย เอาเถอะ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละวะ
เฒ่าผ่าง :
.ครับ
เจ้าอาวาส : นี่ ผ่าง ถ้าทำเต็มที่แล้ว ที่เหลือก็ไม่ใช่ปัญหาของสูแล้ว
เราก็เพียงรับรู้ และเรียนรู้ พร้อมกับทำไปตามสติปัญญาที่ตั้งมั่นในที่ถูกที่ควรของเรา
ผลของมันก็จะเป็นไปตามทางของมัน เราควบคุมมันไม่ได้ แม้แต่พระพุทธองค์
ไม่เช่นนั้นพระองค์ท่านจะตั้งกองทัพธรรม จะสร้างกฎแห่งธรรมนี้ขึ้นมาทำไมตั้งมากมาย
ไม่ใช่เพื่อให้เราทำต่อให้เราได้อยู่กันอย่างสงบหรอกรึ ทำใจตัวเอง
แนะนำกันและกันทำใจกันให้ดีให้งามไม่ใช่รึ ถ้าเราไม่เล็งผลเลิศ ไม่หลงตัวเอง
ก็ไม่มีอะไรให้เราหมองใจได้หรอก
ผลหนึ่งเกิดจากหลายเหตุ เหตุหนึ่งก็ทำให้เกิดหลายผล เราควบคุมไม่ได้ทั้งหมด
เราก็พยายามทำเท่าที่เราทำได้ด้วยพยายามให้เท่าทันมัน ก็เท่านั้น
เป็นไงสบายใจขึ้นบ้างหรือยัง
ใจสูเองไม่ใครรู้เท่ากับตัวสูเองหรอก จริงไหม
เฒ่าผ่าง : ขอรับ
อุ้ยยืน : ไง
นี่จะไปเปิดศึกที่ไหนอีกหล่ะ
เฒ่าผ่าง : กำลังชั่งใจอยู่ แต่แกเตรียมเปลสนามให้ดีแล้วกัน
เรามีหลวงพี่คอยสวดให้อยู่แล้ว...ค่อยเบาใจหน่อย
เจ้าอาวาส : เจ้าสองคนนี่พิลึกจริง!
ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า เสียงหัวเราะก้องสองเฒ่าในหุบเขา
.
บทสนทนาใบ้ โดย
คนบ้าบอ
update: 11 มิ.ย..2549