คนชั้นล่าง ขอวางบิล
(1)
กราบเรียน บรรดาคุณ คุณ ที่เรียกตัวเองว่า ปัญญาชน คนชนชั้นกลาง
ผู้ทรงภูมิทุก ๆ ท่านขอรับ เนื่องด้วยที่ผ่านมา กระผมนั่งเฝ้ามองลีลาการเคลื่อนไหวของทุก
ๆ ท่านทำให้อึดอัดคับข้องใจ กับบางบท บางตอน นั่นหมายถึงไม่ทุกตอน
เพราะบางตอนท่านพูดถูกทีเดียว
แต่หลายครั้งก็ทำให้ คนจน ๆ แบบกระผม เจ็บช้ำน้ำใจครับ
!!!
ก่อนอื่น ประการแรก พวกกระผม
..บรรดาคนชั้นล่าง ที่คุณจัดชั้นว่า
เป็นปริมาณ ซึ่งคงหมายถึง คนหมู่มาก ที่จนไม่พอ ยังเ
อกโง่อีก และคงต้องขออภัยที่ไม่สามารถแสร้งลงคะแนนตามคุณ
ๆ ที่เป็นเลิศทางปัญญาเท่าทันคน เพื่อจะได้แสดงตนว่า
ตูฉลาด
พ้นข้อกล่าวหาว่า
มันโง่ แล้ว
เฮ !
ต้องขอบอกว่าทำไม่ได้จริง ๆ ส่วนทำไมนั้น เดี๋ยวผมจะพยายามปัญญาที่มีอยู่น้อยนิดลองอธิบายออกมาให้เป็นภาษาพอที่จะให้พวกคุณ
ๆ ฟังเข้าใจได้
ประการที่สอง กระผมอยากบอกว่า ขอบคุณครับ
ที่พวกคุณ ๆ หลายคน อุตส่าห์เสียสละออกจากห้องแอร์ ออกไปนั่งตากแดดตากลม
เดินบนถนนร้อนๆ เพื่อกู้ชาติ เพื่อปกป้องคนไทยทั้งประเทศจากอำนาจเผด็จการทุนนิยม
รวมทั้งพวกที่ไม่ฉลาด เลี้ยงเสียข้าวสุก อีกกว่า 19 ล้านคน (ไม่รู้กระผมเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า)
แต่พวกกระผมขอบอกว่า ไอ้ทุนนิยมที่คุณ ๆ กลัวกันจนตัวสั่นนั่นน่ะ
พวกผมเลิกกลัวตั้งนานแล้วครับ เพราะอะไรน่ะหรือ อะ ฮ่า ไม่ใช่ผมเก่งกล้าสามารถอะไรหรอกนะ
เอาหล่ะผมจะลองสาธยายเป็นข้อ ๆ เท่าที่สมองผุ ๆ ผมเก็บกักความทรงจำเหล่านั้นไว้ได้นะขอรับ
อาจไม่เป็นลำดับเท่าไหร่ เพราะเขียนตามที่นึกได้
ทุนนิยมที่พวกคุณกลัว มันกินกะบาลพวกกระผมมานานแล้วครับ
แรก ๆ พวกกระผมถูกชักชวนครับ เขาเอาโน่นเอานี่มาให้ บอกว่าไม่ต้องจ่ายตังค์หรอก
เก็บเกี่ยวได้ก็ค่อยเอาข้าวมาแบ่งกัน แบ่งไปแบ่งมา ผมต้องแบ่งที่นาให้พวกเขา(สมัยนั้นเขาเรียกนายทุนหน้าเลือดครับ)
นานวันเข้า พวกเขาก็เอาบ้านไปด้วยครับ พวกผมทำงานหนักขึ้น จ่ายค่าเช่าที่นา
เช่าบ้านตัวเอง
มันไม่แค่นั้นสิครับ บางปีนาล่ม ซวยสิครับ ข้าวไม่ได้
ค่าเช่าต้องจ่าย หนี้ปุ๋ย หนี้ยาฆ่าแมลง หนี้ค่าของกินของใช้บานเบอะ
ทำไงหล่ะครับ
พวกเขาก็ใจดีอีกแหล่ะครับ เอางี้ให้ลูกสาวไปช่วยงานบ้าน
ให้ลูกชายไปช่วยงานสวนแล้วกัน หน้านา ทีค่อยกลับมาช่วยกัน ลูกสาวพวกกระผมดีใจครับ
บางคนไม่ไปแต่ตัว ใจไปด้วย ไม่ค่อยได้เห็นหน้ากันหล่ะ แต่ลูกสาว ลูกชายหลายบ้าน
กตัญญูรู้คุณครับ บอก พ่อจ๋า แม่จ๋า เราต้องไถ่ที่นาคืน เอาหล่ะครับถึงยุคสาวโรงงาน
นางงามตู้กระจก หนุ่มก่อสร้าง กุลีชั้นต่ำ สลัมในเมืองหล่ะที่นี้
(ถ้ายุคนี้ ก็คนขับแท็กซี่ แม่ค้าแผงลอย อาชีพอิสระ
ที่อาจใจกล้า ปากจัด ประฝีปากกับพวกคุณ ๆ ท่าน ๆ บ้าง ก็อย่าถือสา
หรือจะให้ดีอย่าคิดปะทะเชียวหล่ะครับ และพวกเรา นอกจากปากตรงกับใจแล้ว
ยังปากว่ามือถึงอีกเสียด้วย เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน)
มาต่อกันครับ บางทีพวกผมมีเงินแล้วนะครับ ตามหาพวก หมายถึงพวกนายทุนหน้าเลือดน่ะไม่เจอ
ทั้ง ๆ ที่มาใช้หนี้ ไม่ได้ไปทวงหนี้
.เจอกันอีกที ดอกเบี้ยก็ท่วมหัว
หมดปัญญา ลูก ๆ กระผมก็ต้องทนทุกข์อยู่ในเมืองให้เขาเหยียบย่ำกันต่อไป
แล้วพวกกระผมทำไง พวกหัวหงอกก็เฝ้าที่นาอันเวิ้งว้างสิครับถามได้
วันดีคืนดี ก็มีหลานตัวเล็ก ๆ ถูกส่งจากในเมืองมาให้พวกผมเลี้ยงแก้เหงา
เป็นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาอยู่บนจอเงิน ให้ผู้ดีได้น้ำตาหยดน้ำตาย้อยกัน
แล้วยังพอให้แปลงเป็นนิยายประโลมโลกได้อีกเป็นกองพะเนิน ให้เด็กสาวๆ
ฝันหวานถึงนายอำเภอมาดเท่ห์ หนุ่มหน้าขาวชาวเมือง หลงนึกไปว่าตัวเองอาจเป็นผู้ดีตกยาก
ประมาณนั้นหล่ะครับ
ครับ ออกน่าเบื่อ เพราะเป็นเรื่องเก่า ๆ ที่รู้ ๆ กันอยู่แล้ว
แต่พวกกระผมเพียงอยากบอกว่า พวกกระผมไม่ดูถูกฤทธิ์มันหรอกไอ้ทุนนิยมนี่น่ะ
แต่มันก็คงไม่แปลกถ้าพวกผมจะชาชินกับมัน เพราะมันก็พรากทั้งวิถีชีวิต
ลูกหลานผมไปได้ทั้งตัวทั้งใจนั่นแหล่ะครับ
มีอะไรน่ากลัวอะไรอีกสำหรับคนที่ไม่ค่อยจะมีอะไร และไม่ค่อยจะเหลืออะไร
แบบชีวิตที่ติดลบแล้วน่ะครับ (สาบานได้ไหมครับว่า ที่ท่าน ๆ อยู่สบาย
ไม่ใช่ส่วนที่คนเก่า ๆ ของพวกท่านดูดจากพวกเราไป)
อ๋อ ไม่หรอกครับ พวกลูก ๆ หรือครับ พวกเขายังรักพวกผมอยู่เหมือนเดิม
แต่รักแบบทุนนิยม คนหัวใหม่น่ะครับ เขามองอะไร ๆ ไม่เหมือนผมหรอกครับ
เขาพยายามครับ มาเปลี่ยนพ่อแม่ ให้มีมาตรฐานการกินอยู่ให้เหมือนคนในเมือง
โอ๊ย พวกผมอยู่กันมาอย่างนี้นมนานเปลี่ยนยากครับ
อ้อนี่ไม่นับ พวกผู้แทนแสนดีนะครับที่หอบเงินมาเป็นตั้ง
ใจดีแจกกันทั่วหน้า ไม่พอ ยังบอกว่าเลือกเขาแล้วจะอยู่สบายขึ้น จะสร้างนั่นสร้างนี่ให้
จะนำความเจริญ มาพัฒนาหมู่บ้าน
.หายครับ ไม่เห็นหน้าเห็นตากัน พอเลือกตั้งเสร็จ
ถึงฤดูกาลเลือกตั้งทีพวกเขาก็มาพินอบพิเทา ยกมือไหว้แล้วไหว้อีก เอ้า
เอางัยเอากัน พวกคุณ ๆ เข้าใจความรู้สึกแบบนี้บ้างไหมครับ
ยุคหลังจากนั้น ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยแล้วครับ มีนายหน้าครับ
หรือเรียกอีกทีว่าหัวคะแนน จัดแจงให้เรียบร้อยครับ 50 100 200 500
แล้วแต่สถานการณ์ แล้วแต่ความเข้มข้นของการแข่งขัน ก็เอา! ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
(ส่วนยุคนี้อาจต้องแอบจ่ายครับเป็นบางส่วน )
แต่ชีวิตพวกเราก็ดำเนินต่อไปได้ ยังเชื่อเรื่องบุญทำกรรมแต่ง
มันทำให้พวกเราอยู่ได้ครับ หมดกรรมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหล่ะครับ ก็คงเป็นช่วงทุนนิยมกำลังงอกงามนั่นแหละครับ
จำได้ว่าตอนนั้นบางกอกกำลังมีเสน่ห์เชียวหล่ะครับ พวกคุณ
ๆ ยังพอแบ่งกัน รวยใคร รวยมัน ผลัดกันชักส่วน กันให้มันไปเลยสิครับ
ไม่ว่ากัน ไม่ว่ากัน ไม่มีใครว่าใคร ไม่เหมือนตอนนี้ พื้นที่เริ่มจำกัด
ทรัพยากรเริ่มร่อยหรอ หรือหากันเท่าไหร่ก็ไม่พอแล้วใช่ไหมหล่ะขอรับ
แล้วไม่ใช่พวกก็ไม่แบ่งกันกินเสียด้วย ซวยสิครับ
ทุนนิยม
ในโลกที่ไม่ใครใส่ใจคิดถึงกัน มันก็ดูดจากคนที่อ่อนแอกว่า
ไม่ปรนเปรอคนที่แข็งแรงกว่าเสมอ ขณะที่มันหล่อเลี้ยงคนในเมือง ในเมืองหลวง
มันก็ทั้งจิกทั้งทึ้ง ทั้งดึงทั้งดูด ทั้งทรัพยากร ทั้งคนไปจากชนบท
วิถีชีวิตพังทลายครับ
แต่ก็นั่นแหละครับ ทุนนิยมมันก็เป็นแค่เครื่องมือ เพื่อเร่งให้มนุษย์เราผลิต
ให้เราสร้าง ใช้ความเห็นแก่ตัวเป็นตัวเร่ง ก็ช่วยไม่ได้ ผิดก็ที่คนเราไม่รู้จักใช้มัน
อู้ฟู่ ครับ ช่วงไล่กวด มุ่งมั่นจะเป็น นิกส์ ฝันว่าทุกคนจะอยู่สบาย
แต่จำได้ว่าพวกผมยังทำงานหนักเหมือนเดิม และเงียบเหงามากขึ้น ลูกหลาน
เหลน ก็ไปรับใช้ระบบทุนนิยมอยู่ในเมือง
จำได้ว่าเราเร่งลงทุน และแล้วก็เปิดให้เงินทุนไหลเข้ามา
โดยข้างในยังไม่เข้มแข็งพอที่จะเลือกที่จะบริหารจัดการ ฐานการผลิตก็ยังเพิ่งเริ่มไม่ได้แข็งแกร่งอะไร
เข้าทำนองข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรงครับ แล้วยังฉ้อฉลกันจนพินาศ
เลยโดนแขก โดนยิว โดนฝรั่ง ทั้งดูด ทั้งทุ่ม ทั้งฟันกำไร แทบล้มละลาย
นี่ไม่นับคนไทยกินกันเองอีกด้วยนะครับ เจ็บปวดครับ ได้รับพิษกันทั่วหน้า
มองหาสิครับทีนี้ อัศวินม้าขาว มากู้ประเทศคืน จากไอเอ็มเอฟ
สถาบันการเงินของโลกอันทรงเกียรติ ครับศัตรูเก่าของพวกกระผม ตัวต้นเหตุหนึ่งที่ร่วมวางแผนซะวิถีชีวิตของพวกผมพังพินาศ
แล้วคราวนี้รู้สึกเขามาแช่แข็งเรานะครับกระดิกกระเดี้ยกันแทบไม่ได้
ด่ากันเช็ด บ่นกันระงม นั่นแหล่ะครับชะตากรรมลูกหนี้ ชัดเจนในหัวใจดีไหมครับ
อย่าหือ จงก้มหน้ารับกรรมไป
แพ้พนัน แล้วต้องมาทำงานใช้หนี้ ก็อ่วมสิครับ
ชิงหนีโลกกันไปหลายราย จำได้ไหมครับ
แต่แล้วอัศวินม้าขาว คนหน้าเหลี่ยมของเราก็มา และปลดหนี้ได้จริง
ๆ หนามยอกก็เอาหนามบ่ง ล้มเพราะทุนนิยม ก็ใช้ทุนนิยมแก้ แต่คราวนี้เราเล่นเหนือเกมส์มากขึ้น
ตานี้เราชนะครับ ใช้หนี้หมด (แต่ก็ไม่แน่ใจว่าหมด แล้วมีภาระผูกพันแค่ไหน
แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาโลกนี้ไม่มีอะไรฟรีไม่ใช่หรือครับ) กรรมวิธีก็เห็น
ๆ กันอยู่ จึงไม่แปลกที่เรายังอยู่ในกระแสทุนนิยมอันเชี่ยวกราก อยู่ในโลกาภิวัตน์
ที่ยากจะปฏิเสธมัน
เอ แต่ทำไปทำมา ทำไม บริษัทของท่านนายกฯ เริ่มเพิ่มพูนทวี
พวกพ้องก็เริ่มเสียงดัง ที่เคยกินกันเงียบ ๆ ปกติ เริ่มไม่เงียบ เพราะคนจ้อง
คนมอง เอ
หรือกินไม่แบ่งหรือเปล่า
เสียงนินทาเริ่มดัง เพราะเกมส์เริ่มหนักขึ้น รุกคืบไปในระดับนานาชาติ
ระดับโลก จนคนตามไม่ทัน อ่านไม่ออก อารมณ์เริ่มเปลี่ยน เกิดอาการระแวง
ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ
และแล้ว ด้วยกติกาที่วางไว้ดันเปิดช่องให้เล่นแบบไหลลื่นไม่โดนชักส่วน
ชินคอร์ป ดีลครั้งประวัติศาสตร์วงเงินมหาศาลทำพิษ เสียน้อยเสียยาก
กลายเป็นจุดอ่อนเบ่อเริ่มให้ตี ไก่เห็นตีนงู หล่ะทีนี้ ตีถูกที่ (หรือเปล่า)
งานนี้พัลวัลพัลตู ไม่รู้ใครเป็นใคร เล่นกัน หลายฝักหลายฝ่าย
คนอย่างกระผมไม่รู้จริง ๆ สายตาและปัญญาอย่างผมดูไม่ออกหรอกครับ
เพราะสิ่งที่เราไม่รู้มีอีกมาก มันซับซ้อนครับ
กระผมว่าอย่าคิดว่าเราจะเข้าใจอะไรจริง ๆ ดีกว่า เพราะความจริงอย่างที่สุดมันไม่โผล่มาให้เราเห็นหรอกครับ
ไอ้ที่ได้ยินและเห็น ความจริงมักถูกตัดทอนเสมอ เมื่อเกิดบรรยากาศของการสาดโคลน
เราต่างรู้ ๆ กันอยู่ เท็จปนจริง จริงปนเท็จ ทั้งสองฝ่าย
เราจึงไม่อาจรู้ได้ว่าแต่ละฝ่ายซุกซ่อนอะไรกันอยู่บ้าง
นั่นคือสิ่งที่เราไม่รู้ ได้แต่เฝ้าดูและนิ่งฟังทุกฝ่ายเป็นดีที่สุด
แต่ถึงตอนนี้ผมก็คิดว่า ทุนนิยมมันเหมาะ คู่ต่อสู้ ผู้ร่วมเล่น
ที่มีความรู้ พอฟัดพอเหวี่ยงกัน เพื่อไม่ให้ใครมาผูกขาด และจัดสรรทรัพยากรเพื่อคนหมู่มาก
มีระบบตรวจสอบเป็นกลางที่เข้มงวดเป็นระบบเป็นกระบวนการที่ละเอียดชัดเจน
เป็นอิสระ และจิตใจคนกำกับ ตรวจสอบ และควบคุม ต้องดี ซื่อตรงและหนักแน่นด้วยนะครับ
อันนี้ แหล่ะสำคัญทำยาก หาได้ยาก เป็นไปได้ยากมาก หรือไม่อาจเป็นไปได้เลยในยุคนี้
หรือตลอดกาลเวลาที่ผ่านมา
อ้อ จริงสิ ตอนนี้พวกคุณ ๆ ยกความเป็นทุนนิยมให้ท่านผู้นำของเราหมดแล้ว
ระบบทุนนิยม คือระบอบทักษิณ ทักษิณ คือทุนนิยม ไหงเป็นงั้นหล่ะครับ
หรือพวกคุณอิจฉา โอ้
ไม่ผมดูถูกพวกคุณมากเกินไป พวกคุณ
ๆ บอกว่าห่วงใยประเทศชาตินี่นา
แต่อย่าว่างั้นว่างี้เลยครับ ด้วยความจริงใจครับ ผมว่า
มันไม่แฟร์เท่าไหร่ กินด้วยกันมา เล่นเกมส์ก็กติกาเดียวกัน เชื่อมั่นในทุนนิยม
และประชาธิปไตยกันอยู่ดี ๆ ด้วยความจงรักภักดี แล้วไหง ยกให้เขาไปคนเดียวหล่ะ
หรือฝีมือมันห่างชั้นกัน ตามเขาไม่ทัน คิดเปลี่ยนกติกางั้นหรือ
ว้า คนดูไม่มันเลย แต่ก็พอรับได้ แต่อ้าว ไป ๆ มา ๆ เกิดคิดได้
.เปลี่ยนกติกา
ก็คงยังสู้ไม่ได้ ล้มกระดานดีกว่า
ตาย..า พังสิครับงานนี้ กระผมว่ามันไม่ดีนา ผมว่าทุนนิยมเป็นวิถีที่สิ่งสู่อยู่ในหัวจิตหัวใจพวกเราไว้เสียแล้วครับ
แกะออกยาก มันกล่อมเรากันเสียจนอยู่หมัด ผมความจำไม่ดีว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน
แม้ไล่ทักษิณและพวกไปทั้งหมด ท่าน ๆ แน่ใจหรือครับว่าเราจะจัดการ ทุนนิยมในใจ
เราออกไปกันได้ ปลาใหญ่มันก็ไล่ฮุบปลาเล็ก อีกนั่นแหละ ผมเชื่อเช่นนั้นสนิทใจเลยครับ
ถ้าเรายังคิดว่าทุกอย่างแก้ได้ ที่คนอื่นอย่างเดียวเท่านั้น
ไม่สงสัยหรือครับแล้วคุณทักษิณรวยได้อย่างไร อย่าบอกอีกนะครับว่าถูกล่อลวง
ถูกสถานการณ์บังคับ เพราะพวกท่านออกจะฉลาด พวกผมหรือครับไม่มีปัญญาซื้อหรอกครับมือถือนั่น
แค่ตัวยังเอาไม่รอดเลย เอ ว่าแต่การอนุมัติสัมปทานใหญ่ครั้งนั้น ใครได้กันไปซักเท่าไหร่ครับ
ไม่เห็นแบ่งกันมั่งเลย
อ้อ แล้วตอนนั้นทำไมทุกคนไม่ลุกขึ้นมาเดินบนถนนกันหล่ะว่า
อนุมัติสัมปทานแบบนี้ไปได้อย่างไร กับค่าบริการแพงขนาดนั้น ไม่รู้หรือว่าจะทำให้คน
ๆ หนึ่ง รวยขนาดนี้ อ้อ ตอนนั้นคงยังรู้ไม่ทันสินะ หรือกำลังเพลินอยู่กับการใช้มือถือ
เพลินอยู่กับความสะดวกสบายกับการปรนเปรอของทุนนิยม
แต่พวกคุณรู้ไหมครับ พวกผมซวยมากขึ้นเมื่อลูก ๆ หลานตัดเงินเดือน
เพราะพวกเขาต้องเอาไปจ่ายค่าโทรศัพท์ เครื่องอะไรก็ไม่รู้แพงกว่าบ้านอีก
ต้องปรับตัวให้เข้ากับวิถีคนเมือง
ไม่เป็นไรครับพวกผมก็เก็บผักสวนครัวรั้วกินได้ กินไปวัน
ๆ พวกผมอยู่ง่ายกินง่าย ให้อภัยคนก็ง่ายครับ หรือเรียกอีกอย่างคือคนซื่อ
หรือคนโง่ ที่พวกคุณว่ากันนั่นแหล่ะครับ
เมื่อคนหน้าเหลี่ยมเขาบอกว่าจะขอมาเป็นผู้บริหารประเทศ
คิดใหม่ ทำใหม่ พวกผมอยากลองของใหม่ครับ ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่
จำได้ว่าพวกคุณก็เฮด้วยไม่ใช่หรือครับครั้งนั้น เพราะสมอยากจากการสร้างกฎกติกาที่พร้อมเต็มที่ที่จะให้การเมืองเข้มแข็ง
ให้ใครซักคนได้ใช้อำนาจที่ในการจัดการปัญหา ดำเนินยุทธศาสตร์สร้างประเทศเต็มที่
กำลังทำงานอยู่ดี ๆ ก็คิดจะ เปลี่ยนม้ากลางศึกกันเสียแล้ว
ไม่สิคิดเปลี่ยนทั้งกองพลเลยทีเดียว กะให้ไม่เหลือซากเลย พวกผมตามพวกคุณไม่ทันจริง
ๆ
พวกกระผมอยู่ข้างคนหน้าเหลี่ยมงั้นหรือ เดี๋ยวนะ พวกผมขอเวลาสำรวจตัวเองก่อนว่า
พวกผมยืนอยู่ข้างใคร หรือ ใครยืนข้างพวกผม!
|