Life style

"สองล้อ"สองสไตล์ บนเส้นทาง..ร้อน-เย็น


จักรยานคู่กายมาพร้อมกับอุปกรณ์ยังชีพ..ทำงานด้วยไอร้อน !

"ผมเห็นเขาทำกันมาตั้งแต่เกิด แล้วผมก็ทำตามเขา" พี่ดำบอกพลางขยับคลี่ผ้าย้อมสีดำ และเล่าว่า หมู่บ้านที่แกอยู่ชื่อบ้านโบก อาชีพย้อมผ้าเป็นงานที่ทำกันเกือบทั้งหมู่บ้าน

พี่แกปั่นจักรยานคู่ชีพคันนี้ไปทั่ว 4 จังหวัดภาคเหนือ แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย บ้านโบกไม่ได้อยู่ในภาคเหนือแต่อยู่ไกลถึงอิสาน กิ่งอำเภอนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์

เพราะทำกันทั้งหมู่บ้าน... พี่ดำและกลุ่มเพื่อนจึงต้องรอนแรมมาไกล พากันยกจักรยาน
ขึ้นรถบรรทุกมาลงที่จังหวัดแพร่ และปั่นตระเวณไปตามหมู่บ้าน ค่ำไหนนอนนั่น

โดยจะหยุดพักเฉพาะหน้าฝน ซึ่งเป็นฤดูกาลเพาะปลูก และถือเป็นเวลาที่ไม่สะดวกที่เดินทาง

ในแต่ละวันเฉลี่ยแล้วประมาณ 4-6 ตัว ค่าบริการตัวหนึ่ง 40-60 บาท ถือเป็นรายได้ที่พออยู่ได้
หลังจากย้อมผ้าเสร็จพี่แกก็ยกปี๊บสีดำใบเขื่องมีไฟลุกโชนขึ้นรถจักรยานคู่ชีพจากไป...ป๊อง แป๊ง ๆ

ไปตามทางที่ดูเหมือนว่าจะไม่อนาทรร้อนใจกับสิ่งใด...

....................................................................................


มอเตอร์ไซค์สีฟ้า มาพร้อมความหวาน-เย็น

ส่วนนักเดินไกลอีกกลุ่มหนึ่ง ดูมีสีสันสดใส บริการด้วยใจ และรอยยิ้ม
ตามสไตล์การขายรูปแบบใหม่ที่นิยมกัน มากันเป็นทีม ...

ตระเวณเสนอขายวุ้นมะพร้าว ที่บรรจุอยู่ในลูกมะพร้าว ที่ทั้งหวานและเย็นชื่นใจ
ไปตามบ้านและร้านค้า ขายกันในราคาลูกละซาวบาท (20 บาท) ซึ่งแต่ละวันจะขายได้ประมาณ 20 - 30 ลูก

นักขายกลุ่มนี้มาจากตัวจังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในสายส่งของผู้ผลิต

โดยทีมนี้จะขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าเปลวแดด และสายฝน มุ่งมาตามเส้นทางเชียงแสน -เชียงของ ระยะทางไปกลับ 200 กว่า กม. ทั้งที่เป็นทางชันขึ้นลงเขา

"วุ่นมะป้าว เย็น ๆ บ๋อครั่บ"สายตาของหนุ่มนักขายยังคงเต็มไปด้วยความหวังทุกครั้งที่เสนอขายสินค้า


อีกวันหนึ่งที่นั่งมองดูชีวิตผู้คนที่แวะเวียนมาที่เมืองนี้
ด้วยความชื่นชมในน้ำอดน้ำทน ...กับวิถีการยังชีพ

โดย..ภาดา
15-10-48