| พระองค์ได้ประทับรอยพระบาทเบื้องขวาไว้บนก้อนหินก้อนหนึ่ง ใกล้กับหินใหญ่ที่ชะโงกเงื้อมคล้ายกระท่อม
อยู่ทางด้านขวาติดกับปากถ้ำ หันมาทางทิศตะวันออก แล้วพระองค์ได้เสด็จข้ามแม่น้ำโขงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
มายังบ้านแห่งหนึ่ง คือบ้านของตำมิละ ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำโขง พระองค์ได้เสด็จลงสรงน้ำ
บนก้อนหินก้อนหนึ่ง มีรูปคล้ายช้าง ตั้งอยู่กลางลำน้ำโขง (บัจจุบันมีรอยพระบาทปรากฏอยู่บนก้อนหินนั้น
)
พระองค์ได้ประทับบริเวณใต้ต้นขนุน เป็นระยะเวลาหนึ่ง ได้ทรงเทศนาสั่งสอนชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ให้ถือศีล
๕
แทนการเลี้ยงผี ก่อนพระองค์จากไป ด้วยความอาลัย ตำมิละหัวหน้าบ้าน
จึงเอ่ยขอสิ่งหนึ่งจากพระองค์ไว้เพื่อระลึกถึง ในเวลานั้นพระองค์ประทับหันพระพักตร์ไปทางตะวันตก
พระองค์จึงเอาพระหัตถ์ขวาลูปพระเศียรได้พระเกศามาสองเส้นเอายื่นให้แก่ตำมิละโดยพระหัตถ์ของพระองค์เองแล้ว
บอกแก่ตำมิละว่า "ผมเราสองเส้นนี้ให้บรรจุไว้ทางซ้ายมืออยู่เดี๋ยวนี้
เมื่อก่อนจะบรรจุเส้นผมเราสองเส้นนี้ ให้ท่านวัดตั้งแต่ที่เราอยู่เดี๋ยวนี้ทั้งสองข้างซ้าย
ขวา ให้มีระยะเท่ากัน"
ภายหลังหัวหน้าบ้านได้นำเส้นพระเกศาบรรจุผอบทองคำหนัก ๕ บาท ผอบละหนึ่งเส้น
ใส่ไว้ในเรือทองคำหนัก ๒๕ บาท
ลำละ ๑ ผอบ แล้ววัดระยะจากที่พระพุทธเจ้าเคยประทับออกไปในทางซ้าย-ขวา
ในระยะที่เท่ากัน ขุดหลุมลึก ๙ วา เอาเรือที่บรรจุผอบวางไว้ในหลุมทั้งสองข้าง
ข้างละหนึ่งลำ เอาเรือลอยไว้ในหลุมดิน แล้วก่ออิฐทับขึ้นจนพ้นผิวดินไม่ใหญ่ไม่สูง
เป็นเพียงเครื่องหมายให้รู้ไว้เท่านั้น ซึ่งก็คือบริเวณพระเจดีย์วัดหลวง
ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายมือ และพระเจดีย์วัดแก้วซึ่งอยู่ฝั่งขวาเช่นที่ปรากฎในปัจจุบัน
จากนั้นหัวหน้าบ้านตำมิละได้ว่าจ้างผู้รู้หนังสือมาสลักหินไว้สองแผ่นมีความกว้าง๑ศอก
ยาว ๒ ศอก โดยสลักเป็นอักษรขอมโบราณเต็มแผ่นศิลา ในศิลาจากรึกได้กล่าวถึงพระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระบาทท
ี่แขวงเมืองเมิง ของอินโดจีน ฝรั่งเศส พร้อมทั้งบอกตำแหน่งที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับใต้ต้นขนุน
บนศิลาจารึกนั้นยังได้ทำผู้ที่จะมาสร้างพระเจดีย์ทั้งสองแห่งคือ
พระยาไชยราช อีกทั้งจารึกข้อความไว้เกี่ยวกับความรุ่งเรืองของพระศาสนาและเมืองเชียงของในอนาคต
แล้วหัวหน้าบ้านได้นำศิลาจารึกทั้ง ๒ แผ่นฝังไว้เป็นใบเสมา ณ
ที่ฝังผอบบรรจุพระเกศาทั้งสองแห่ง ซ้าย-ขวา
หมายเหตุ: สำหรับแผ่นศิลาที่หนังสือพื้นเมืองได้กล่าวอ้างนี้
เจ้าหนานบุษรศ ผู้เรียบเรียงประวัติศาสตร์การสร้างเมืองเชียงของ
ได้บันทึกไว้ว่า ศิลาจารึกทั้ง ๒ แผ่น ได้ถูกนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันนำออกไป
เมื่อ ร.ศ. ๑๒๔ หรือ พ.ศ.๒๔๔๙ โดยนักท่องเที่ยวผู้นั้นสามารถอ่านอักษรขอมโบราณได้
จึงได้นำปืนไรเฟิลชนิด 3 ลำกล้อง สำหรับยิงสัตว์มาแลกจากเจ้าราชวงศ์
บุณรังษี ซึ่งเป็นน้องเขยของเจ้าจิตตวงษ์ เจ้าเมืองเชียงของในเวลานั้น
แล้วนำศิลาทั้งสองแผ่นลงเรือถ่อขนาดใหญ่ในลำน้ำโขงสมัยนั้น มุ่งหน้าไปทางเมืองเชียงแสน
โดย มดตะนอย
ที่มา: ประวัติการสร้างเมืองเชียงของ
ขุนภูนพิเลขกิจ (เจ้าหนานบุษรศ จิตตางกูร) พ.ศ.๒๕๔๘
เรื่องราวเกี่ยวเนื่อง
|