101 ปี ด้วยพระบารมีปกป้อง

รอยต่อทางประวัติศาสตร์เมืองเชียงของ
ในปี 2446 ชะตาเมืองขณะนั้นเหมือนอยู่ในม่านหมอก
ผู้คนต่างอยู่ในภาวะที่กดดันและหวาดผวา...
ทั้งชีวิตและทรัพย์สินอยู่ภายใต้คมดาบของ"เงี้ยว"
(ไทยใหญ่) แต่...บรรพบุรุษของคนเชียงของก็รอดพ้นการเข่นฆ่า เมื่อ
ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงเลือกผืนแผ่นดินนี้เป็นส่วนหนึ่งของสยามประเทศโดยเด็ดขาด
และจัดการกลุ่มเงี้ยวอย่างสิ้นซาก...
เวลานั้นเป็นช่วงการล่าอาณานิคมของ
"มหาอำนาจตะวันตก" และ "ไทย" หรือ "สยามประเทศ"
ห้วงนั้น ได้เกิดกรณีพิพาทกับ "ฝรั่งเศส" ซึ่งพยายามบังคับเอาดินแดนทางเหนือของสยาม
บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงไปในหลายส่วน ซึ่งสยามต้องยอมเสียดินแดนหลายส่วนไปเพื่อรักษาความเป็นไทของประเทศไว้
ถึงแม้ "เชียงของ" จะมิได้อยู่ในดินแดนส่วนน้อยที่จะต้องยกให้ฝรั่งเศส
แต่เชียงของก็ต้องอยู่ในสถานภาพปลอดอำนาจทางการทหาร ที่กองกำลังของสยามประเทศไม่สามารถเข้ามาปกป้องคุ้มครองได้
เพราะถูกกำหนดเป็น "ดินแดนส่วนกลาง"
ทึ่ฝรั่งเศส และ สยามในขณะนั้น ตกลงที่จะให้พื้นที่ในระยะทาง 25
กม.จากฝั่งขวาแม่น้ำโขงปลอดจากกองกำลังของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เป็นพื้นที่กันกระทบ
และในปี 2446 ได้เกิดกบฎเงี้ยวขึ้นที่เมืองแพร่
เมื่อกองกำลังเงี้ยวกลุ่มใหญ่ได้ก่อจลาจลปล้นโรงพัก ไล่ฆ่ากองกำลังส่วนกลางของสยามที่เข้าไปปกป้องมณฑลพายัพ
การเหิมเกริมของเงี้ยวกลุ่มนี้เนื่องเพราะได้รับการสนับสนุนในทางลับจากอังกฤษ
ซึ่งเป็นมหาอำนาจขณะนั้น และต้องผลประโยชน์จากสัมปทานป่าไม้ในภาคเหนือ
กองทัพสยามได้ส่งกำลังหนุนขึ้นมาปราบปรามอย่างหนัก
พวกเงี้ยวที่แตกพ่าย จึงหนีล่นขึ้นมาทางเหนือเรื่อยๆ จนมาถึงเมืองเชียงของ
เงี้ยวกลุ่มนี้พยายามหนีต่อผ่านไปยังลาว
แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะฝรั่งเศสไม่ยอมให้เข้าประเทศที่เป็นดินแดนในอาณัติ
ช่วงที่ปักหลักอยู่ที่เชียงของ เงี้ยวก็บังคับขู่เข็ญเอาทรัพย์สินจากพ่อเมือง
และราษฎร ยิ่งนานวันยิ่งตึงเครียด คนเชียงของเริ่มหวาดผวาว่าอาจถูกฆ่าเหมือนเช่นที่อื่น
ๆ
ขณะที่ฝรั่งเศสก็ใช้นโยบายสองหน้า
โดยให้ที่พักพิงเมื่อพ่อเมืองเชียงของหนีการเผชิญหน้ากับกลุ่มเงี้ยวในช่วงที่ถูกขู่เอาทรัพย์สินอย่างหนัก
ขณะเดียวกันก็สนับสนุนพวกเงี้ยวให้ตั้งมั่นอยู่ที่เชียงของ ให้ทั้งอาวุธและสอนวิธีการต่อสู้กับกองกำลังจากส่วนกลางของสยาม
ซึ่งขณะนั้นไล่ล่าเงี้ยวและมาตั้งมั่นอยู่ที่เชียงคำ
ณ เหตุการณ์ครั้งนั้น "เชียงของ"
ได้รอดพ้นจากวิกฤติ ในปี 2447 เมื่อฝ่าย "สยาม" ได้บรรลุข้อตกลงการเจรจากับ
ผู้แทน "ฝรั่งเศส" ในการให้พื้นที่ เชียงแสน เชียงของ
และเวียงแก่น เป็นส่วนหนึ่งของประเทศสยามโดยเด็ดขาด โดยยอมเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงส่วนอื่นไป
และเคลื่อนกองทัพสยามที่ตั้งมั่นอยู่ที่เมืองเชียงคำเข้าปราบเงี้ยวที่ปักหลักอยู่ในเมืองเชียงของจนสิ้น
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่
5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ไม่ว่า ในครั้งนั้นพระองค์จะทรงเลือกการขีดเส้นแผ่นดินสยามเช่นนั้นด้วยเหตุใด...
แต่ทว่าบรรพบุรุษของคนเชียงของก็ได้รอดพ้นจากเงื้อมมืออำมหิตของกลุ่มเงี้ยว
ซึ่งก่อนหน้านั้นมีบรรพชนของหลายครอบครัวได้ถูกปล้นสะดมภ์และถูกเข่นฆ่ายกครัวไปอย่างทารุณ
อีกทั้งรอดพ้นจากการเป็นเขตแดน ในอาณัติของ "มหาอำนาจ"
"มหาอำนาจ"
ที่ล่าเมืองขึ้นเพื่อกอบโกยเอาทรัพยากรกลับบ้าน...
"มหาอำนาจ"
ที่มุ่งหวังเพียงสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเอง...
"มหาอำนาจ"
ที่แบ่งแยกแล้วปกครอง โดยมิได้เข้าใจถึงวัฒนธรรม-ความเป็นอยู่
และความรู้สึกอันแท้จริงของผู้ที่ถูกปกครอง...
หากนับวันนั้นจนถึงวันนี้
เป็นเวลา 101 ปี วันที่"เชียงของ" ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ
ราชอาณาจักรไทย ก็ด้วยเพราะพระบารมีปกเกล้าฯ
พสกนิกรชาวเชียงของขอเทิดไท้องค์พระพุทธเจ้าหลวง
จอมราชันย์
23 ตุลาคม 2548
โดย...ภาดา